รวมเรื่องน่ารู้ในการเลือกแบบชุดเพื่อออกงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งแบบไหนก็ตามหรือแม้แต่การเลือกวันเพื่อจัดพิธีมงคลในวันสำคัญต่าง ๆ ที่ต้องรู้งั้นจะเสียใจกันนะคะ

วิธีเลือกชุดไทย ให้เหมาะเปลี่ยนลุคให้กลายเป็นหญิงกุลสตรีได้ไม่ยาก !

มือใหม่ที่กำลังมีความจำเป็นต้องเลือกสวมใส่ชุดไทยไปงานสำคัญต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดธีมงานมาให้เป็นชุดย้อนยุคแบบไทยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานเฉลิมฉลอง หรืองานพิธีมงคลต่าง ๆ ก็ตาม คนที่ไม่เคยสวมใส่มาก่อน เชื่อว่าจะต้องกังวลกับการเลือกแบบชุดที่มีให้เลือกหลากหลาย ไม่รู้ว่าสไตล์ไหนที่ตัวเองสวมใส่ออกมาแล้วจะดูดี สง่างามได้เหมือนกับนางแบบที่เห็นในภาพ ใครที่กำลังประสบปัญหานี้ เรามีวิธีเลือกชุดไทยให้คุณสาว ๆ แบบไม่มีพลาด รับรองว่าสวยปัง มีออร่า ราวกับนางในวรรณคดีเลยทีเดียวค่ะ

การเลือกโทนสีของชุดไทยให้เข้ากับตัวเอง

เช่าชุดไทยประยุกต์

รีวิวจากลูกค้าที่เข้าประกวดนางนพมาศโดย เช่าชุดไทยประยุกต์ กับทางร้านดรีมราตรี

สีของชุดไทย ควรเลือกให้เข้ากับสีผิว เพื่อจะช่วยเปร่งประกายออร่าไม่ให้ดูหม่นหมอง จนผิวโดนสีชุดไทยกลบจนหมอง โดยหลัก ๆ ให้เลือกสีชุดระหว่างท่อนบนกับท่อนล่างเป็นชุดสีที่ต่างกัน เช่น เสื้อเป็นฟ้าอ่อน ผ้าซิ่นด้านล่างก็ควรเป็นสีฟ้าเข้ม หรือสีน้ำเงิน แต่ไม่ควรแหวกเป็นคนละสี ให้เน้นลูกเล่นคลุมโทนอยู่ในโทนเดียวกัน แต่ตัดกันด้วยความอ่อนและเข้มแทน แต่ถ้าท่อนบนและท่อนล่างเป็นชุดรวดสีเดียวกัน สามารถห่มสไบทับอีกชั้นในโทนสีเดียวกันกับผ้าซิ่น ก็จะทำให้ดูสวยสมบูรณ์แบบได้แล้ว

เลือกชุดไทยให้เข้ากับรูปร่าง

ไม่ว่าจะเป็นสาวสมส่วน สาวเตี้ย หรือสาวอวบ ก็ไม่ต้องกังวลกับการเลือกชุดไทย เพราะคิดว่าจะถ้าเป็นคนที่รูปร่างไม่ดีเป็นทุนเดิม แม้จะเลือกสวมใส่ชุดไหนก็คงออกมาไม่สวยเป็นแน่ แบบนี้ถือว่าเป็นความคิดที่ผิด นั่นก็เพราะว่าชุดไทยมีหลากหลายแบบให้เลือก ดังนั้นการเลือกให้เข้ากับรูปร่าง จะช่วยยกระดับให้กลายเป็นสาวสวยดูสง่างามขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยวิธีพิจารณา หากเป็นสาวเจ้าเนื้อ ควรเลือกเป็นชุดไทยมีสไบห่ม เลือกเป็นสไบบาง ไม่หนา และปักลวดลายขนาดเล็กไม่มากจนเกินไป ส่วนคนที่มีรูปร่างผอมแต่เตี้ย ให้เลือกเป็นชุดเปิดไหล่ หรือเกาะอก เน้นเป็นผ้าซิ่นแนบเนื้อยาวจรดข้อเท้า และเลือกรองเท้าส้นสูงเป็นตัวช่วยสร้างบุคลิกให้ดูสูงโปร่งมากขึ้น

รู้จักวิธีเลือกชุดไทยให้เข้ากับตัวเองได้ง่าย ๆ แบบนี้แล้ว ก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่แปลงโฉมตัวเองให้กลายเป็นหญิงกุลสตรีที่สวยสง่าได้ในทุกสรีระ ไม่ว่าจะสาวผอมหรือสาวอวบ โดยอย่าลืมคำนึงถึงลักษณะของธีมงาน จะได้ช่วยให้สาว ๆ สวมใส่ชุดไทยออกมาดูดี และยังไม่แหวกแนวจนกลายเป็นสวยแต่ผิดงานตามมา ทีนี้ก็จะดูสง่าออร่าจับจนใครก็ต้องเหลียวหลังมองตามเป็นแน่เลยล่ะค่ะ

แฟชั่นชุดราตรี เทรนด์สุดเก๋ ใส่เมื่อไหร่ก็ไม่มีตกยุค

แฟชั่นชุดราตรี, ชุดราตรีโทนชมพูหวานชวนเซ็กซี่แฟชั่นชุดราตรี ที่สาว ๆ ที่กำลังมองหาแหล่งร้านชุดราตรีให้กับตัวเองเพื่อสวมใส่ไปออกงานกันอยู่ อาจกังวลใจกับสักนิดว่าในช่วงนี้เทรนด์แฟชั่นที่กำลังฮิตของชุดประเภทนี้จะออกมาในลักษณะไหน รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจว่าชุดที่เลือกสวมใส่จะหมดยุคสมัย กลายเป็นสาวรุ่นป้าที่ตกเทรนด์ไปแล้วหรือเปล่า…?

ถ้าใครที่ใส่ใจกับการตามเทรนด์แฟชั่นแบบนี้ อาจต้องหันมาเลือกชุดราตรีที่สามารถสวมใส่ได้กับทุกช่วงเวลา ซึ่งจะช่วยให้สาว ๆ ไม่พลาดอัพเดตความสวยทรงเสน่ห์ให้ตัวเองดูน่าหลงใหล ที่มาพร้อมงานดีไซน์สุดคลาสสิค จะสวมใส่เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหน ก็เปล่งประกายสะดุดทุกสายตาได้ทุกยุคทุกสมัยไม่มีเปลี่ยนอย่างแน่นอนค่ะ

แฟชั่นชุดราตรีโทนชมพูหวานชวนเซ็กซี่

ชุดราตรีที่มาในโทนสีชมพูหวานแหวว ไม่ว่าจะดีไซน์ให้เป็นชุดที่ดูเรียบร้อย หรือจะแอบโชว์ส่วนเว้าโค้งสักหน่อย ก็เป็นชุดที่สวมใส่ได้กับทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สมัย ก็ยังเห็นชุดราตรีในโทนสีชมพูถูกหยิบยกขึ้นมาเนรมิตเติมเสน่ห์ให้ผู้หญิงได้อย่างไม่เคยตกเทรนด์ แถมยังเป็นชุดยอดฮิตของวงการแฟชั่น ให้สาว ๆ ดูสวยหวาน เย้ายวนด้วยความเซ็กซี่ที่ไม่หนักจนเกินไป เหมาะสำหรับงานรื่นเริง หรืองานสังสรรค์ จะเป็นงานแบบทางการ หรืองานกึ่งทางการ ก็สามารถสวมใส่ไปได้ ไม่มีพลาด กลายเป็นนางฟ้าเด่นประจำงาน ที่ใคร ๆ ก็ต้องเหลียวหลังมองเพราะความน่ารักสดใสที่เฉิดฉายออกมา

แฟชั่นชุดราตรีแบบเรียบหรูไม่เน้นหวาบหวิว

สไตล์ของชุดราตรีที่เน้นการดีไซน์เป็นพิเศษเพื่อสะท้อนความเรียบหรู ดูเป็นสาวแพง ปิดมิดชิดตั้งแต่บนถึงล่าง ไม่มีการโชว์ส่วนเว้าโค้งของผิวให้เห็น นอกจากช่วงแขนสำหรับชุดที่สวมใส่แบบเกาะอก หรือบางคนที่เลือกเป็นกระโปรงเลยเข่าเท่านั้น ลักษณะเทรนด์ของชุดแบบนี้เป็นความสวยงามมีเสน่ห์ที่ไม่ต้องวิ่งตามกระแสแฟชั่น เพราะเป็นเอกลักษณ์ความงามที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวอยู่แล้ว ทั้งความสวยแบบสาวผู้ดี มีโทนสีหลักที่นิยมเลือกใช้คือ สีเทา, สีดำ และสีแดง ส่วนโทนสีอื่นจะเลือกเป็นสีเข้มหรือโทนสีแบบเรียบ ๆ ประดับเพชรพลอยเล็กน้อยบนชุดเพื่อเพิ่มความงดงาม เพียงเท่านี้ก็กลายเป็นสาวงามประจำงานได้แบบไม่ต้องกลัวตกเทรนด์แล้ว

แฟชั่นชุดราตรีกระโปรงยาว สวยแซ่บแบบสาวเนี๊ยบ

สไตล์ของชุดราตรีที่เน้นกระโปรงยาวไปจนถึงปลายเท้า เป็นเทรนด์แฟชั่นที่สวมใส่ได้ทุกยุคทุกสมัยไม่แพ้กัน สามารถสวมใส่ไปออกงานได้หลากหลาย มีความยืดหยุ่นในการสวมใส่ได้อย่างคุ้มค่ากับทุกโอกาส ด้วยรูปทรงเป็นชุดยาวรวดที่ดูเนี๊ยบ เติมบุคลลิกให้เป็นสาวที่มีความเป๊ะ แทนที่จะทำให้เป็นสาวเรียบร้อย แต่กลับทำดูสวยแซ่บชวนมอง ยิ่งชุดที่ออกแบบมาให้แนบเนื้อ กระชับส่วนโค้งเว้าอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเลือกเป็นโทนสีไหน ก็รับรองว่านำเทรนด์แฟชั่นได้แบบเหนือกาลเวลา

หาร้านชุดราตรีกันแบบไม่ตกเทรนด์ ลองเลือกสรรไปกับชุดเหล่านี้ที่กล่าวไปข้างต้น รับรองเลยว่าสาวๆ จะดูสวย เพิ่มจุดเด่นให้กลายเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากขึ้นไปอีกเท่าตัวทุกครั้งที่ไปออกงานได้อย่างแน่นอนค่ะ

ชุดราตรี สำหรับคุณแม่สง่าและสวยสมวัย

ชุดราตรี, ชุดราตรีสำหรับคุณแม่ชุดราตรี สำหรับคุณผู้หญิงส่วนใหญ่เรามักจะได้เห็นแบบชุดสวย ๆ สำหรับสาวรุ่นกัน แต่สำหรับสาวรุ่นคุณแม่วัย 50 ปีขึ้นไป ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนลุคให้สวยสง่าแบบคุณหญิงคุณนายได้เช่นกัน รับรองว่าจะต้องถูกใจและเกิดความมั่นใจอย่างไร้กังวลแน่นอนค่ะ

ชุดราตรีสำหรับคุณแม่

ชุดราตรีสไตล์นี้จะเหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งได้รับการออกแบบตัดเย็บมาเพื่อผู้หญิงวัยนี้ให้ดูสวยสง่างามสมวัยโดยเฉพาะ เพราะสามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ ถูกกาลเทศะ และคงความเป็นผู้ใหญ่ไว้อย่างเหมาะสม

สวมใส่โอกาสใดได้บ้าง

ชุดราตรีสำหรับคุณแม่ส่วนใหญ่จะใช้ได้ในหลายโอกาส ขึ้นอยู่กับรูปแบบของงานว่าเป็นทางการมากน้อยเพียงใด หากเป็นคุณแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็อาจจะต้องพิถีพิถันในด้านความหรูหราอย่างเช่นชุดผ้าไหมสักหน่อย เพื่อเป็นเกียรติแก่วันสำคัญพิเศษของลูก

นอกจากนี้ชุดราตรีสำหรับคุณแม่ยังเหมาะแก่การสวมใส่ไปงานอื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานทำบุญ งานเลี้ยงฉลอง รวมทั้งงานรับรางวัลและใส่ถ่ายรูปอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว

รูปแบบของชุดราตรีสำหรับคุณแม่

ด้วยลักษณะของชุดราตรีสำหรับคุณแม่นั้นค่อนข้างเป็นทางการ จึงทำให้รูปแบบและเนื้อผ้านั้นไม่จำเป็นต้องมีลูกเล่นหรือดีไซน์มากนัก แต่ใช้วิธีประยุกต์กับผ้าลูกไม้อย่างพอเหมาะ ผสมผสานกับการตัดเย็บด้วยฝีมือเนี้ยบ ๆ ทำให้บางชุดสามารถสวมใส่ไปงานได้ทั้งแบบกลางวันและกลางคืนควบคู่กัน

คุณแม่หรือคุณผู้หญิงในช่วงวัย 50 ปี ลองมาเลือกชุดราตรีสำหรับคุณแม่ในสไตล์ที่ชอบกันค่ะ สวมใส่ได้ทุกโอกาส และมีความงามสง่าอย่างสมวัยในแบบของตัวเองด้วยค่ะ

ข้อดีของชุดราตรีที่มีมากกว่าเดรสธรรมดาออกงาน

ร้านชุดการใส่ชุดราตรีไปงานเลี้ยงต่าง ๆ อาจทำให้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกว่าชุดราตรีเดี๋ยวนี้ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ ซื้อมาก็ใส่แค่ไม่กี่ครั้งและไม่คุ้ม สู้ซื้อเดรสธรรมดาไปงานแทนดีกว่าแล้วยังใส่ได้เรื่อย ๆ อีกด้วย แต่ช้าก่อนค่ะ เรามาดูข้อดีของการใส่ชุดราตรีกันก่อนที่จะเลือกเดรสธรรมดาออกงาน เพราะปัจจุบันนี้มีร้านชุดให้เลือกมากมายนั่นเอง

1.เสริมความสง่าและบารมี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองและตัดสินจากบุคลิกหรือภาพลักษณ์ภายนอกเป็นอันดับแรก ซึ่งถ้าเราแต่งตัวดีก็จะได้รับการปฏิบัติที่ดีไปด้วย ยิ่งเป็นการเสริมบารมีให้เราแลดูดีและมีความสง่ามากขึ้น

2.เปิดโอกาสให้ตัวเอง

การแต่งตัวดีสามารถทำให้เราได้คอนเนคชั่นใหม่ ๆ ที่มีผู้คนสนใจเข้ามาพูดคุยหรือทำความรู้จัก เปรียบเสมือนเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองเหมือนอย่างเรื่องซินเดอเรลล่า จากคนใช้กลายร่างเป็นเจ้าหญิงด้วยชุดราตรีแสนสวย ในโลกความเป็นจริงก็ไม่แตกต่างกันค่ะ

3.มีโอกาสได้เป็น Talk of The Town

ไม่ว่าใครที่แต่งตัวดูดีและมีบุคลิกที่น่าสนใจ ก็สามารถกลายเป็น Talk of The Town ได้แค่เพียงชั่วข้ามคืน ลองเลือกชุดราตรีให้เข้ากับบุคลิกตัวเราเอง เพื่อเสริมความสวยสง่าให้น่าหลงใหลและอาจจะได้โอกาสดี ๆ เข้ามาอีกด้วย

4.ตกเป็นที่หมายตาของหนุ่ม ๆ

สำหรับสาวโสดที่ยังไม่มีคนรู้ใจ นี่อาจเป็นโอกาสดีของสาวๆ ที่เข้างานมาพร้อมกับชุดราตรีแสนสวย จะได้เป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ไม่แน่ว่าคนที่จะยึดคานทองก็อาจจะลงจากคานในงานนี้เป็นแน่แท้เชียวล่ะค่ะ

มีใครรู้เรื่องแบบชุดราตรีต่าง ๆ กันหรือเปล่าคะถ้าไม่ติดตามบทความนี้กันดูคะ https://rental-adress.com/ลักษณะของชุดราตรีทรงต่

เพื่อนเจ้าสาว เจ้าบ่าวสำคัญไฉนนิ

ชุดเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวหลาย ๆ คนอาจเคยสงสัยว่างานแต่งทำไมต้องมีเพื่อนบ่าวสาว และเพื่อนบ่าวสาวสำคัญอย่างไร ทั้ง ๆ ที่งานแต่งงานควรจะโฟกัสอยู่ที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องมี วันนี้ดรีมจะมาไขข้อข้องใจให้ทุก ๆ คนได้ทราบกันเจ้าค่ะ เริ่มจากความเชื่อของชาวฝรั่งมังค่าหรือเรียกโก้ ๆ ว่าชาติตะวันตกนั้นเอง ว่ากันว่าหญิงใดก็ตามที่จะเข้าพิธีแต่งงานนั้น จะเป็นเป็นที่หมายปองของเหล่าปีศาจที่แสนชั่วร้าย พวกมันจะทำทุกทางไม่ให้เจ้าสาวได้แต่งงาน (เหมือนกับความเชื่อคนไทยเรื่องการบวช..ว่าก่อนบวชจะมีมารมาผจญอะไรทำนองนั้นค่ะ) ฉะนั้นพวกเขาจึงหาทางแก้ไขโดยให้มีเพื่อนเจ้าสาวมาคอยอยู่เคียงข้างในพิธียิ่งเยอะยิ่งดี เพื่อทำให้ปีศาจสับสน เพราะเหล่าบรรดาเพื่อนเจ้าสาวจะแต่งกายให้คล้ายเจ้าสาว เรียกว่าปีศาจคงงงไปเลยทีเดียว (ดรีมนึกถึงความเชื่อคนไทยเรื่องสติ๊กเกอร์หลังรถเลยค่ะ..รถคันนี้สีแดงบ้างสีบรอนซ์บ้าง ไว้หลอกเจ้ากรรมนายเวรให้สับสน) ฉะนั้นจึงมีเพื่อนเจ้าสาวมาโดยประการละฉะนั้น..เอ้ย! ฉะนี้เจ้าค่ะ ส่วนความเชื่อของคนไทยนั้น ที่ให้มีเพื่อนเจ้าสาวเพราะสังคมไทยสมัยก่อน ๆ นั้น ผู้หญิงจะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน เป็นกุลสตรีไม่ออกไปข้างนอกเจ้าค่ะ เมื่อจะเข้าพิธีวิวาห์ทีอาจจะทำให้เกิดอาการเคอะเขิลลลลได้นะเจ้าค่ะ ทางผู้ใหญ่จึงจัดให้มีเพื่อนเจ้าสาวอยู่เป็นเพื่อนข้าง ๆ ไว้แก้เหงา..เอ้ย!แก้เขินนั่นเองเจ้าค่ะ ซึ่งในปัจจุบันเพื่อนเจ้าสาวก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาสมัย เพื่อนเจ้าสาว-เจ้าบ่าว นั้นเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งและเป็นอีกไฮไลต์นึงของงานแต่งก็ว่าได้ ฉะนั้นจะแต่งงานทั้งทีจะมัวคำนึงแค่ชุดบ่าวสาวคงไม่พอ จะต้องมาดูแลและเลือกสรรชุดเพื่อนบ่าวสาวให้เริดหรูอลังไม่แพ้กันเจ้าค่ะ ส่วนไอเดียการเลือกชุดเพื่อนเจ้าสาวจะมีอะไรบ้างตอนนี้ดรีมขออุบไว้ตอนหน้านะคะ ขอตัวไปดูลูกค้าที่ร้านก่อนเดี๋ยวจะมาเล่าใหม่ในตอนหน้าค่าาาาา บะบายย

ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้วไปเช่าชุดราตรีกันดีกว่า

ชุดญาติผู้ใหญ่ในงานแต่งสำคัญกว่าที่คิด

ชุดญาติผู้ใหญ่ในงานแต่ง (โดยเฉพาะแม่เจ้าสาว-เจ้าบ่าว)….ใครว่าไม่สำคัญ

ชุดแม่เจ้าสาวในงานแต่งงานครั้งหนึ่งในชีวิตของคู่บ่าวสาวนั้นมีความสำคัญกับชีวิตคนทั้งคู่มาก ฉะนั้นทุกส่วนในงานคู่บ่าวสาวย่อมอยากจะให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เช่น รายละเอียดในงาน ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว การแต่งหน้า เป็นต้น แต่มีสื่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ ชุดไปงานแต่งของแม่เจ้าสาว-เจ้าบ่าว และญาติผู้ใหญ่ เพราะในงานแต่งครั้งหนึ่งนอกจากสำคัญในชีวิตของคู่บ่าวสาวแล้ว พ่อ-และแม่ของคู่บ่าวสาวก็มีความรู้สึกว่าสำคัญไม่แพ้กัน ฉะนั้นชุดในงานแต่งก็ต้องหรูเริ่ดไม่แพ้บ่าวสาวจริงมั้ยคะ วันนี้ดรีมมีวิธีการง่ายๆ เป็นไอเดียเก๋ๆในการเลือกชุดให้ท่านกันค่ะ

  1. ง่ายที่สุดให้ลูกสาวหรือเจ้าสาวคิดไอเดียในการแต่งตัวให้คุณแม่ ๆ เรียกได้ว่าคิดไม่ออกให้ถามคุณลูก รับรองชุดที่ออกมาต้องงามและทันสมัยไม่แพ้เจ้าสาวเลยทีเดียวเจ้าค่ะ
  2. ชุดที่เลือกต้องไม่แหวกหวือหวา หรือเซ็กซี่จนเกินไป เพราะชุดประเภทนี้อาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่และที่สำคัญอาจดึงดูดสายตามากกว่าเจ้าสาวก็ได้นะคะใครจะไปรู้..
  3. ลายลูกไม้ก็งดงามนะคะ ชุดที่มีลายลูกไม้สำหรับผู้ใหญ่ดูเหมาะสมและเป็นที่นิยมอีกแบบหนึ่ง เพราะดูมีราคา ดรีมแนะนำให้เป็นโทนสีอ่อนๆ จะยิ่งดูหรูหรายิ่งๆขึ้นไปอีกค่ะ
  4. หากจะใช้ชุดเดรสดรีมแนะนำให้คุณแม่ๆ ที่มีรูปร่างผอม เลือกเป็นชุดเดรสยาวที่มีแขนยาวหรือเป็นแบบแขนสามส่วน ในชุดอาจมีการเล่นลวดลายหรือรายละเอียดที่แขนได้ไม่ว่ากัน ชุดแบบนี้จะช่วยให้ดูหรูอย่างมีสไตล์ได้เจ้าค่ะ
  5. ชุดเดรสยาวแขนกุด ชุดนี้เหมาะสำหรับคุณแม่หุ่นเซี๊ยะฟิตปั๋ง เน้นช่วงแขนที่เฟิร์ม ไม่เปิดเผยเนื้อหนังเกินไป รับรองร้องโอ้วว้าวทั้งงานค่ะ
  6. ข้อนี้สำหรับคุณแม่เจ้าสาวที่ทะมัดทะแมงไม่ชอบใส่กระโปรงดรีมแนะนำให้เป็นชุดแบบกางเกงขายาวพริ้วๆ จะดูเรียบง่ายแต่ดูดีเชียวนะเจ้าคะ
  7. ชุดไทย สำหรับชุดไทยจะช่วยให้ดูเป็นทางการมากขึ้นเหมาะสำหรับงานพิธีการในช่วงเช้าค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเวลาเลือกชุดไทย ควรฟิตติ้งให้ดีเพื่อให้ชุดเข้ากับรูปร่างได้อย่างสมส่วนด้วยนะคะ
  8. ข้อสุดท้ายนั้นเป็นชุดแสดงความรักความผูกพันธ์ในครอบครัวนั่นคือ การแต่งชุดให้เข้าสีกันทั้งครอบครัวฝั่งญาติ รับรองดูน่ารักแขกพากันชื่นชม ถ่ายรูปออกมาก็แจ่มว้าวแน่นอนทีเดียวเจ้าค่ะ

นี่เป็นไอเดียเล็กๆน้อยๆที่ดรีมเอามาฝากกันนะคะ หากสนใจชุดไทย ชุดราตรีอย่าลืมดรีมนะคะรับรองบริการและคำแนะนำแบบใกล้ชิดเลยทีเดียวค่ะ แล้วพบกันคราวหน้านะคะทุกคน บะบายยยย

และสำหรับสาวผิวเข้มที่กำลังมองหาชุดราตรีลองอ่านเรื่องนี้กันดูคะ https://rental-adress.com/ทริคการเลือกชุดราตรีสำ

ชุดราตรีสำหรับไปงานเลี้ยงค็อกเทลให้เหมาะกับสาว ๆ

การเลือกชุดไปงานเลี้ยงค็อกเทลปี 2019

ชุดไปงานเลี้ยงค็อกเทลปี 2019ผู้หญิงทุกคนล้วนที่อยากจะหาวิธีทำให้ตัวเองดูสวยและมีเสน่ห์อยู่เสมอ แม้แต่การแต่งกายเพื่อให้ทุกสายตาจับจ้องมองอย่างสนใจยามออกงาน เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ต้องมีวิธีการเลือกให้เข้ากับบุคลิก รูปแบบของงาน แฟชั่นในเวลานั้น รวมทั้งสถานที่จัดงานก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่างานเลี้ยงแบบค็อกเทลควรแต่งตัวอย่างไรที่จะช่วยให้สาว ๆ ได้เกิดที่สุดในงานนี้

ชุดไปงานเลี้ยงค็อกเทลปี 2019 ควรมีลักษณะเป็นชุดกึ่งทางการ โดยสามารถเลือกใส่ได้ทั้งชุดเดรสสั้นหรือเดรสยาว แต่ถ้าจะใส่เดรสสั้นก็ควรใส่ให้อยู่เหนือหัวเข่าเล็กน้อย ส่วนเดรสยาวก็ให้อยู่เหนือข้อเท้าประมาณ 2 นิ้ว เพื่อความสะดวกต่อการเดินไปมาในงาน สิ่งสำคัญคือต้องเป็นชุดที่มีขนาดพอดีกับรูปร่างและเข้ากับบุคลิกของผู้สวมใส่ อีกทั้งต้องเน้นใส่สบาย ๆ เพื่อไม่ต้องกังวลว่าชุดจะรัดหน้าท้องเมื่อรับประทาน รวมทั้งการเดินหรือเต้นร่วมสนุกภายในงาน

สำหรับเนื้อผ้าที่นิยมใส่ไปงานเลี้ยงค็อกเทล มักจะเป็นผ้าไหม ผ้าซาติน ผ้าชีฟอง และผ้าฝ้าย เนื่องจากเป็นเนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกสบายตัว ส่วนเครื่องประดับจะต้องเป็นลุคที่ดูสบาย ๆ ไม่เป็นทางการมากนัก แต่หากจัดในโรงแรมควรต้องเน้นดูหรูมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับดูโอเว่อร์เกินหน้าเกินตากว่าเจ้าของงาน

การหาชุดใส่ไปงานเลี้ยงค็อกเทลในปัจจุบันนั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่ดูแบบจากร้านขายเสื้อผ้าที่มีให้เลือกมากมายหลายสีหลายราคา หรือถ้าต้องการความสะดวกก็เลือกบริการยืมชุด ได้ทั้งความสวยและประหยัดในคราวเดียวกัน

ถ้าใครกำลังจะไปงานลองดูเรื่อง ชุดราตรีเพื่อใส่ออกงานให้สุดเก๋เมื่อไหร่ก็ไม่มีตกยุค ดูนะคะ

ชุดไทยแต่ละยุคของรัตนโกสินทร์

ชุดไทยรัตนโกสินทร์แต่ละยุค

ชุดไทยรัตนโกสินทร์                ชุดไทยในแต่ละยุคสมัยย่อมมีความงามอย่างเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสมกับคนไทยในแต่ละกาลเวลา ทั้งยังนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันเมื่อต้องร่วมงานสำคัญมากมายโดยเฉพาะในงานแต่งงาน แล้วชุดไทยที่เราพบเห็นกันนั้นมาจากยุคสมัยไหนบ้าง? ไปย้อนเวลาตามหาความงดงามจากอดีตถึงปัจจุบันกันดีกว่า

ช่วงรัชกาลที่ 1 – 3

นับเป็นยุคแรกๆ สำหรับต้นกำเนิดความงามของชุดไทย โดยชาวบ้านทั่วไปจะนุ่งโจงกระเบนและผ้าเกาะอก ส่วนชาววังจะนุ่งผ้าซิ่นพร้อมคาดสไบจับจีบสีสันสดใสที่เรามักเห็นเจ้าสาวแต่งตัวกันในงานพิธีมงคลสมรส จากนั้นจึงไว้ผมยาวสลวยหรือบางคนอาจตัดผมสั้น และอีกทรงที่นิยมไว้กันคือทรงผมปีก ส่วนผู้ชายจะนุ่งโจงกระเบน ไม่ใส่เสื้อ ไว้ผมทรงมหาดไทยหรือทรงหลักแจว

ช่วงรัชกาลที่ 4

ในช่วงเวลานี้ประเทศของเราได้มีการติดต่อกับฝรั่งมากขึ้น การแต่งกายจึงดูมีความทางการมากขึ้นตามลำดับ ผู้หญิงจะนุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนกระบอกแล้วจึงห่มสไบ เกล้าผมขึ้นไปให้ดูเรียบร้อย พร้อมคาดสร้อยสังวาลทับเป็นเครื่องประดับประจำกาย ผู้ชายจะนุ่งโจงกระเบนตามด้วยเสื้อนอกแบบชาวจีน แล้วคาดผ้าคาดเอวทับ นับเป็นอีกไอเดียหนึ่งที่นิยมนำมาประยุกต์กับการแต่งกายในงานมงคลสมรส

ช่วงรัชกาลที่ 5

ในช่วงรัชกาลที่ 5 ยังคงนุ่งโจงกระเบน แต่มีความเป็นสากลมากขึ้นโดยผู้หญิงสวมเสื้อมีลูกไม้ตามแบบฝรั่ง ใส่ถุงเท้าและรองเท้าให้ดูดี ส่วนผู้ชายจะนุ่งผ้าม่วงโจงกระเบนคู่กับใส่เสื้อราชประแตน แล้วตามด้วยถุงเท้าขาวและร้องเท้าหนัง

ช่วงรัชกาลที่ 6

ในสมัยนี่จะมีการเพิ่มรายละเอียดความสวยงามมากขึ้นโดยการใช้ผ้าแพรบางๆ สะพายทับเสื้อลูกไม้คอลึกลวดลายสวยงาม ส่วนผู้ชายนุ่งโจงกระเบนพร้อมใส่สูท ผูกหูกระต่ายแบบฝรั่งเมื่อต้องเข้าร่วมงานราชพิธี

ช่วงรัชกาลที่ 7 – 8

ในช่วงเวลานั้นจะเห็นการใส่โจงกระเบนบางตาลง เพราะผู้คนเริ่มหันมาใส่ผ้าซิ่นสีสันสวยงามความยาวประมาณเข่า ตามด้วยเสื้อแบบชาวตะวันตก พร้อมสร้อยคอและสร้อยข้อมือไข่มุกเพิ่มความงามตามยุคสมัย ส่วนผู้ชายใส่เสื้อคอเปิดแล้วตามด้วยกางเกงขายาวสีเข้มและสวมสูททับ

ช่วงรัชกาลที่ 9

ในยุคนี้ยังคงมีการใส่ชุดไทยในงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง โดยสาวๆ จะนุ่งกระโปรงหรือผ้าถุง พร้อมเสื้อคอกลมแบบไม่มีปีก ส่วนผู้ชายสวมเสื้อทรงกระบอก ตามด้วยการนุ่งจงกระเบนเพิ่มความดูดี

ชุดไทยในแต่ละยุคย่อมมีความงามเป็นเอกลักษณ์อย่างเด่นชัด ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถนำมาสวมใส่ในงานพิธีสำคัญมากมายโดยเฉพาะงานแต่งงาน หากใครกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว ชุดไทยในแต่ละยุคก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยในการนำมาแต่งตัวให้ดูดีในมงคล

และที่สำคัญทางร้านดรีมราตรีมีบริการ เช่าชุดไทยรัตนโกสินทร์ ด้วยนะคะ

ฤกษ์วันแต่งในปี 2019

ส่องฤกษ์วันแต่งงานปี 2019

ฤกษ์วันแต่งในปี 2019กว่าจะเป็นพิธีแต่งงานได้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตกลงกันของคนสองคน หรือครอบครัวทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่เรื่องของการแต่งงานตามแบบฉบับของชาวไทยเรานั้น ยังต้องมีการดูวัน ฤกษ์วันแต่งในปี 2019 ดีเพื่อประกอบกับการจัดงานแต่งงานกันอีกด้วย โดยฤกษ์ดีในแต่ละปีนั้น ย่อมมีความแตกต่างและคลาดเคลื่อนกัน ฉะนั้นแล้ว หากต้องการที่จะได้วันดีๆ ก็ต้องดูฤกษ์กันแบบปีต่อปีเลยทีเดียว แน่นอนว่าในปี 2019 นี้ ก็มีวันฤกษ์ดีด้วยเช่นกัน ลองมาดูกันเลยว่าในแต่ละเดือนนั้น จะมีวันไหนกันบ้าง

วันฤกษ์ดีเดือน มกราคม 2562

– อังคารที่ 1 มกราคม 2562

– เสาร์ที่ 5 มกราคม 2562

– เสาร์ที่ 12 มกราคม 2562

– อังคารที่ 15 มกราคม 2562

– ศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562

– จันทร์ที่ 28 มกราคม 2562

– พุธที่ 30 มกราคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน กุมภาพันธ์ 2562

– อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562

– จันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562

– พฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562

– อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562

– เสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562

– พุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562

วันฤกษ์ดีเดือน มีนาคม 2562

– ศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2562

– อังคารที่ 5 มีนาคม 2562

– อังคารที่ 12 มีนาคม 2562

– ศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562

– จันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2562

– เสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน เมษายน 2562

– พุธที่ 3 เมษายน 2562

– พฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2562

– อาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562

– พุธที่ 17 เมษายน 2562

– อังคารที่ 23 เมษายน 2562

– เสาร์ที่ 27 เมษายน 2562

– จันทร์ที่ 29 เมษายน 2562

วันฤกษ์ดีเดือน พฤษภาคม 2562

– ศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2562

– ศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2562

– จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562

– พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562

– อังคารที่ 28 พฤษภาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน มิถุนายน 2562

– เสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562

– อาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562

– พุธที่ 12 มิถุนายน 2562

– เสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562

– ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

– อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562

– พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562

วันฤกษ์ดีเดือน กรกฏาคม 2562

– จันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2562

– จันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562

– เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562

– พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562

– ศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2562

– อังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน สิงหาคม 2562

– พุธที่ 7 สิงหาคม 2562

– เสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2562

– อังคารที่ 13 สิงหาคม 2562

– จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

– ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน กันยายน 2562

– พฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562

– อาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562

– พุธที่ 11 กันยายน 2562

– อังคารที่ 17 กันยายน 2562

– เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

– จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

– ศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562

วันฤกษ์ดีเดือน ตุลาคม 2562

– เสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562

– อังคารที่ 8 ตุลาคม 2562

– ศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562

– จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

– พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน พฤศจิกายน 2562

– อาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562

– พุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562

– เสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562

– ศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2562

– อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

– พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

– จันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562

วันฤกษ์ดีเดือน ธันวาคม 2562

– อังคารที่ 3 ธันวาคม 2562

– ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562

– จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562

– เสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2562

– พุธที่ 25 ธันวาคม 2562

เรียกได้ว่าวันฤกษ์ดีที่เลือกเป็นวันแต่งงานได้นั้น มีอยู่ทุกเดือน และเดือนละหลายวันเลยทีเดียว ส่วนใครจะเลือกในช่วงเดือนไหนก็อย่าลืมดูวันที่เพื่อนๆ และคนในครอบครัวสะดวกกันด้วย เพื่อที่แขกจะได้ไปร่วมงานกันได้ครบอย่างที่บ่าวสาวต้องการนั่นเอง

เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019

อัพเดท เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019 น่าใส่แค่ไหนไปดูกัน

เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019 เรื่องราวของเทรนด์การแต่งตัวนั้น ไม่ได้มีอยู่แค่เรื่องราวของการแต่งตัวแบบสตรีทเท่านั้น แต่ในงานแต่งงานการเลือกชุดแต่งงานก็ยังคงมีเทรนด์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสของแต่ละปีด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าในปี 2019 นี้ เทรนด์ของชุดแต่งงานก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ลองมาดูและอัพเดทเทรนด์ชุดแต่งงานของปีนี้กันเลย

  1. ชุดแต่งงานแบบเรียบหรูดูย้อนยุค

สำหรับชุดแต่งงานแบบเรียบหรูนั้น จะเน้นในเรื่องของความเรียบง่าย ดีเทลน้อย ซึ่งจะมีกลิ่นอายของความเป็นยุค 90 อยู่เหมือนกัน ซึ่งเทรนด์หลักของปี 2019 นี้ จะเน้นความโดดเด่นของทรงและเนื้อผ้าเป็นหลักสำคัญ มองเผินๆ ก็คือสไตล์ของความเป็นมินิมอลที่น้อยแต่ให้ความสวยงามสมบูรณ์แบบที่ดูมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาวๆ ที่ชอบชุดแต่งงานที่เน้นความเรียบง่าย แต่ใส่แล้วดูแพง ยิ่งแมทช์เข้ากับทรงผมที่ดูเรียบหรูด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความแพงให้กับเจ้าสาวอีกเยอะทีเดียว

  1. ชุดแต่งงานแบบ Ball Gow

สำหรับเทรนด์ชุดแต่งงานแบบ Ball Gow นั้น กลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมมากในแถบยุโรป ด้วยความที่สไตล์ของชุดแต่งงานทรงนี้ จะมีความสวยงามที่ให้ลุคแบบเจ้าหญิง เพราะจะเน้นความฟูฟู่อง รวมทั้งลายลูกไม้ของผ้า เพราะจะเน้นความสวยหวาน ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความสวยงามให้เจ้าสาวจนรู้สึกราวกับว่าเป็นเจ้าหญิงในนิยายเลยทีเดียว

  1. ชุดแต่งงานแหวกอกทรง V

จะไม่ยกมาเป็นเทรนด์ก็คงไม่ได้ เพราะกำลังมาแรงทีเดียว สำหรับชุดแต่งงานทรงแหวกอกสุดเซ็กซี่ของเจ้าสาว ซึ่งในบ้านเรา อาจจะต้องคุยกับทางผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายให้ดีกันก่อน เพราะความเซ็กซี่จากการแหวกอกในแบบทรง V ที่ค่อนข้างลึก ทำให้อาจเกิดความรู้สึกขัดใจกันบ้างเหมือนกัน แต่หากบ้านไหนฟรีสไตล์ ก็จัดไปเลยกับรับรองว่า เกิดสุดๆ แน่นอน

  1. ชุดแต่งงานสี Living Coral

เพราะชุดแต่งงานไม่จำเป็นต้องสีขาวเสมอไป อีกทั้งเทรนด์ของสีแพนโทนในปีนี้ก็คือสี Living Coral ที่ออกไปทางโทนสีม่วงอมชมพูอยู่หน่อยๆ ซึ่งนี่เองที่ทำให้เทรนด์ชุดแต่งงานปีนี้เริ่มมีการนำโทนสีม่วงแบบพาสเทล หรือคล้ายกับสีลาเวนเดอร์ กันมากทีเดียว

  1. ชุดแต่งงานแบบปัก 3D

ปิดท้ายกันที่เทรนด์ของชุดแต่งงานที่เน้นด้านการปักแบบ 3D และลวดลายบนชุดแต่งงาน โดยเฉพาะลายดอกไม้ขนาดใหญ่ หรือลายลูกไม้ที่เห็นได้ชัดเพราะความใหญ่เว่อร์วังนี่เอง แต่ถึงจะใหญ่เว่อร์ขนาดไหนก็ตาม แต่ด้วยเทรนด์ของปี 2019 นี้เอง เราจะได้เห็นเจ้าสาวในหลายๆ งานแต่งเลือกใช้ชุดแต่งงานที่ปักแบบ 3D กันมากขึ้นแน่นอน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทรนด์ของชุดแต่งงานในปี 2019 ที่เราจะได้เห็นกันบ่อยขึ้น หรือหากว่าที่เจ้าสาวคนไหนกำลังมองหาชุดแต่งงานอยู่ละก็ ลองเลือกจากทั้ง 5 เทรนด์ที่เรานำมาฝากนี้ไปลองใช้ประกอบการตัดสินใจดูก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

เทรนด์ชุดราตรีมาแรงปี 2019

เทรนด์ชุดราตรีปี 2019

เทรนด์ชุดราตรีปี 2019

ภาพตัวอย่างแบบชุดราตรี ปี2019

เทรนด์ชุดราตรีปี 2019 นี้ มาอัพเดตชุดราตรีสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์หรืองานแต่งงานสุดหวานชื่นกันหน่อย เพราะชุดสวยในงานเลี้ยงแสนสนุก ทำให้สาวๆ มีช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับค่ำคืนนั้นมากยิ่งขึ้น แล้วปีนี้เทรนด์ชุดราตรีแบบไหนมาแรง ตามไปดูแล้วเก็บไว้ใช้แต่งตัวในงานราตรีครั้งหน้ากันเลย

  1. ชุดลายดอกไม้

ชุดลายดอกไม้ย่อมมาพร้อมความอ่อนหวาน โดยอาจใส่เป็นลายดอกไม้เล็กหรือใหญ่ตามความชอบ ผสานกับสีพาสเทลอ่อนๆ หรือจะสีสันสะดุดตาก็น่าสนใจไม่น้อย แต่ถ้าอยากใส่เป็นลายดอกสีเดียวกันทั้งชุดก็ดูเรียบหรูมีราคา ยิ่งเป็นลายดอกไม้แบบ 3D ยิ่งเพิ่มความอินเทรนด์และน่าสนใจให้กับชุดอีกไม่น้อย

  1. ชุดประดับด้วยขนนก

การตกแต่งชุดราตรีด้วยขนนกจะยิ่งเพิ่มดีเทลความพลิ้วไหวให้เหมือนเจ้าหญิงในนิยายมากยิ่งขึ้น สาวคนไหนชอบความอ่อนหวานที่ผสานความน่าสนใจในชุด ลองหาขนนกมาประดับเพิ่มเติมดู แล้วคุณจะมั่นใจในการสวมใส่ชุดยิ่งกว่าเดิม

  1. ชุดประดับโบ

ชุดราตรีมีโบสมัยนี้มันเก๋กว่าเดิมมาก โดยโบที่ว่านี้อาจหมายถึงการผูกโบไว้ด้านหลัง และจะยิ่งโดดเด่นมากขึ้นหากโบนั้นอยู่ข้างหน้าของชุดราตรีสีหวาน ยิ่งโบใหญ่ยิ่งสวยโดดเด่นกว่าใคร จะงานสังสรรค์หรืองานแต่งงานก็สวยสะดุดตาแน่นอน

  1. ชุดทรงบอลกาวน์ (Ball Gown)

ชุดกระโปรงทรงฟูฟ่องสไตล์เจ้าหญิงยังเป็นที่นิยมเสมอ สาวๆ สายหวานที่ชอบความอลังการ เราแนะนำชุดแบบนี้เป็นพิเศษ เพราะนอกจากความน่ารักของชุดนั้น ยังช่วยอำพรางช่วงเอวและสะโพกให้มีสัดส่วนสวยงามมากขึ้น จะเลือกดีไซน์เป็นผ้าลูกไม้หรือผ้าชีฟอง ก็สวยหรูดูดีมีระดับเกินใคร

  1. ชุดเรียบหรูดูแพงแบบ เมแกน มาร์เคิล

คอนเซ็ปเรียบหรูดูแพงยังคงครองใจสาวๆ โดยมีไอเดียของชุดสุดอลังการมาจากเจ้าสาวคนดังอย่าง เมแกน มาร์เคิล เพราะเป็นชุดสไตล์โมเดิร์น เรียบแต่เลิศ สวยสง่า ดีไซน์เรียบง่าย ใช้ผ้าสีขาว ประดับด้วยลูกไม้ซักนิดซักหน่อยเพิ่มความน่ารัก หากเป็นแบบเกาะอกก็ดูเซ็กซี่แต่มีราคาไปอีกแบบหนึ่ง โดนใจสาวๆ วัยนี้แน่นอน

  1. ชุดสไตล์เมทัลลิก

อย่างแจ้งเกิดในงานก็ต้องรีบคว้าชุดเมทัลลิกที่มีความวิบวับ ประดับตกแต่งด้วยเลื่อม ลูกปัด หรือคริสตัล บ้างอาจใช้โลหะบางๆ ช่วยเพิ่มการสะท้อนแสงให้ดูโดดเด่น เล่นกับแสงสีในงานเลี้ยงอย่างสนุกสนาน ทางเราขอแนะนำว่าชุดสไตล์เมทัลลิกเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในงานราตรี หากมีเจ้าสาวท่านไหนใส่ชุดนี้ในงานแต่งงาน เรียกได้ว่าสวยเก๋ ดูดี มีความแพงและนำแฟชั่นเกินใครเลยทีเดียว

มาถึงตรงนี้หลายคนคงมีธีมชุดราตรีมากมายในใจแน่ๆ เลย ลองเลือกดีไซน์ที่เหมาะกับงานเลี้ยงสังสรรค์ที่จะไป แล้วใส่ชุดจุดเจิดจรัสเดินก้าวเข้างานกันเลย รับรองว่าต้องสวยสะดุดตา น่าจดจำในค่ำคืนอันแสนรื่นรมย์แน่นอน

สำหรับใครที่กำลังมองหาวัน แต่งงานอยู่ลองดูฤกษ์ได้ที่นี้เลยคะ

เพื่อนเจ้าสาวเตรียมตัวกันอย่างไร

ถูกเลือกเป็นเพื่อนเจ้าสาวในงานแต่ง ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ชุดเพื่อนเจ้าสาว

ก่อนที่จะเป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง

ก่อนถึงงานแต่งงานนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญรองจากเรื่องราวของคู่บ่าวสาว พิธีการในงานและสถานที่แล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งที่เรียกได้ว่าสำคัญกับงานแต่งงานโดยเฉพาะกับเจ้าสาวด้วย นั่นก็คือการเลือกเพื่อนเจ้าสาวเพื่อให้เจ้าสาวได้มีความมั่นใจ และดูสวยสะดุดตามากขึ้นไปอีก แต่การเป็นเพื่อนเจ้าสาวก็ต้องมีการเตรียมตัวกันสักหน่อย ลองมาดูกันว่าการเตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวนั้นจะต้องสนใจในเรื่องไหนกันบ้าง

  1. การเตรียมรูปร่างให้สวยก่อนวันงาน

แม้ไม่ใช่เจ้าสาว แต่เพื่อนเจ้าสาวเองก็ต้องสวยเป๊ะไม่แพ้กัน เพราะอย่าลืมว่าการเป็นเพื่อนเจ้าสาวนั้น ค่อนข้างที่จะมีบทบาทสำคัญ แถมยังต้องเป็นหน้าเป็นตาของงานเลยทีเดียว ฉะนั้นแล้ว เมื่อรู้กำหนดวันแต่งงานแน่นอนแล้ว ก็เตรียมตัวออกกำลังกายและฟิตหุ่นสวยๆ  รวมทั้งอย่าลืมควบคุมอาหารที่จะต้องกินในช่วงนี้กันเอาไว้หน่อย เพราะของที่จะทำให้เกิดไขมันส่วนเกิน กลายเป็นพุงเล็กๆ ก็คงไม่ดีแน่ ฉะนั้นเตรียมตัวเรื่องของสรีระร่างกายให้พร้อม เพราะเมื่อถึงวันงานจะได้สวยเป๊ะทุกสัดส่วน แถมยังได้โดดเด่นเฉิดฉายในงานอีกด้วย

  1. หน้าผมต้องพร้อม

หากคุณเป็นคนที่แต่งหน้าเป็นประจำ หรือมีทริคในการเลือกสไตล์การแต่งหน้าอยู่แล้วก็คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องเตรียมตัวมากนัก แต่ถ้าหากเป็นสาวที่ไม่ค่อยชอบการแต่งหน้าแล้วละก็ งานนี้คงต้องเตรียมตัวกันสักหน่อย อย่างการหาสไตล์การแต่งหน้า ทรงผม และอย่าลืมฝึกซ้อมในการแต่งหน้าเอาไว้สักหน่อย เพราะพอถึงวันจริง ทุกอย่างจะได้เป๊ะอย่างที่คิดไว้ และสวยมั่นใจในตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาวได้อย่างเต็มร้อยนั่นเอง

  1. เตรียมความพร้อมเรื่องพิธีการและหน้าที่

แม้ว่าเรื่องของความสวยงามจะเป็นเรื่องที่สำคัญในอันดับแรกๆ ของการเป็นเพื่อนเจ้าสาวก็ตาม แต่บทบาทหน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาวก็ไม่ได้มีแค่ การไปยืนสวยๆ ถ่ายรูปเท่านั้น เพราะต้องมีการดูแลเจ้าสาวด้วย ทั้งความเรียบร้อยเรื่องของเสื้อผ้า หน้าผม รวมทั้งการคอยซับเหงื่อให้กับเจ้าสาวในวันงานด้วย หรือบางงานเพื่อนเจ้าสาวเองก็ต้องยืนกั้นประตูเงินประตูทอง และแจกของชำร่วยที่หน้างานเช่นกัน ฉะนั้นเตรียมความพร้อมในเรื่องหน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาวกันให้พร้อม จะได้ไม่ตื่นเต้น หรือประหม่ากันมากเกินไปในวันงานจริง

  1. เลือกชุดให้พร้อม

อย่าลืมที่จะเลือกชุดของเพื่อนเจ้าสาวกันให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องปรึกษากับเจ้าสาวในเรื่องของธีมสี และสไตล์ของชุด เพื่อที่จะได้เหมือนกันกับเพื่อนเจ้าสาวคนอื่นๆ เพราะหากไม่ได้ทำการบ้านมาให้ดีในเรื่องนี้แล้วละก็ จากที่ควรจะมั่นใจจะกลายเป็นสาวที่หมดความมั่นใจเพราะชุดไม่เหมือนคนอื่นๆ เอาได้

ใครที่ถูกเลือกให้เป็นเพื่อนเจ้าสาวก็อย่าลืมเตรียมตัวกันให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 4 ข้อนี้ ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษนั่นเอง

แฟชั่นผ้าไทยปี 2019

แฟชั่นผ้าไทย

แฟชั่นผ้าไทย            ไม่มีใครไม่รู้จัก “แฟชั่นผ้าไทย” กำลังมาแรง  ในปี 2019  ด้วยกระแสจากคนไทยที่หันมานิยมของที่เป็นเอกลักษณ์ไทยมากขึ้น  ทำให้คนไทยเริ่มหันมากินของไทย ใช้ของไทย รวมถึงแต่งกายด้วยผ้าไทยเพิ่มมากขึ้น

ด้วยโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ที่พลิกฟื้นผ้าทอมือของไทย ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทำให้ผ้าไทยเริ่มเป็นที่รู้จักสู่สายตาโลก  จากผ้าทอเก่าๆ แสนจะธรรมดาซึ่งในอดีตเรามองข้ามไป  หากพระองค์กลับทำให้ผ้าทอกลายเป็นผ้าทรงคุณค่ามีราคาแพง  ขนาดชาวต่างชาติยังนิยมเลือกผ้าไทย  แล้วเราคนไทยจะยอมแพ้ได้ยังไงกันละคะ

ผ้าทอไทย  ที่บางคนคิดว่า  คนที่จะใส่ชุดจากผ้าไทยได้นั้นจะต้องมีอายุ   ถ้าคิดเช่นนั้นหมดยุคแล้วค่ะ  สมัยนี้เด็กวัยรุ่น หรือวัยทำงานก็สามารถแต่งชุดผ้าไทยได้ ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ทำให้สวยสมกับวัยแล้วยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไทยได้อย่างสมบูรณ์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงเสน่ห์ความงดงามของผ้าไทย และอยากใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน  ว่างๆคุณลองไปเดินเล่นเวลาที่มีงานสินค้า OTOP หรือ งานจากศูนย์ศิลปาชีพต่าง  ซึ่งจะมีผ้าไทยวางขายในราคาที่ค่อนข้างถูก  แต่ถ้าใครอยู่ใกล้แหล่งผลิตอยู่แล้ว  ก็สามารถไปเลือกซื้อถึงแหล่งผลิตได้เลย  ก็จะได้ราคาต้นทุนถูกลงไปอีก

หลังจากนั้นลองเปิดนิตยสารที่ชอบ เลือกแบบเสื้อผ้าที่ถูกใจมากสัก 2-3 แบบ หลังจากเราเลือกแบบที่ต้องการในแบบอินเทรนด์และได้ผ้าทอไทยที่ถูกใจแล้ว ทีนี้เราก็มาลองเลือกลายได้เลยค่ะ  ว่าจะเอาลายส่วนไหนทำเสื้อ ส่วนไหนทำกระโปรง  หรือชุดเดรส ก็สวยไม่ใช่น้อยนะคะ  แล้วก็ส่งร้านตัดเสื้อตามที่เราต้องการได้เลยค่ะ

ข้อแนะนำสำหรับการตัดชุดผ้าไทย  ไม่จำเป็นว่าชุดที่เราจะใส่ จะจำกัดเฉพาะต้องผ้าไทยอย่างเดียวเท่านั้นที่นำมาตัด  เราสามารถนำผ้าชนิดอื่นมาผสมกับผ้าไทย  เพื่อให้ความสวยงามที่แปลกตาไม่ซ้ำแบบใคร หรือนำผ้าที่ตัดมาแล้ว มิกซ์แอนด์แมทช์ ผสมกับเสื้อผ้าสมัยปัจจุบันได้อย่างเก๋ไม่ซ้ำใครเลยค่ะ

แต่ถ้าหากท่านไหน  ไม่มีเวลาที่จะมานั่งออกแบบในการเลือกที่จะตัดชุดสวยๆ จากผ้าไทยเอง  ก็สามารถเลือกซื้อหาได้ตามร้านค้าขายผ้าไทยได้เลย   ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่อฮ่อม  ที่ปัจจุบันนำมาตัดเป็นเดรสใส่ไปทำงานถูกใจวัยรุ่น  หรือจะเป็นผ้าไหม  ที่มีลวดลายหลากหลาย   ผสมกับผ้าแก้ว หรือผ้าลูกไม้  ก็จะได้ชุดเรียบหรูแต่ดูดี  สามารถออกงานกลางคืนได้อย่างไม่อายใคร

ผ้าไทย กำลัง ก้าวสู่เวทีโลก  ถ้าไม่อยากตกเทรนด์รีบไปหาซื้อผ้าไทยมาใส่กันดีกว่านะคะ นำเทรนด์ไปก่อนเพื่อนเลยค่ะ

อ่านเรื่อง ชุดไทยแต่ละยุคของรัตนโกสินทร์

ผมสวยด้วย argan oil

บำรุงผมสวยด้วยอาร์แกนออยล์  argan oil

รับแต่งหน้าทำผมผมสวยสุขภาพดีย่อมส่งเสริมให้บุคลิกดูดีชวนมองและมีเสน่ห์มากขึ้น ซึ่งการบำรุงดูแลสุขภาพผมนั้นมีหลากหลายวิธี  แต่เดี๋ยวนี้เรามักจะได้ยินบ่อยๆ เรื่องการบำรุงผมด้วยอาร์แกนออยล์ (argan oil ) เรามาดูกันว่า อาร์แกนออยล์นี้แตกต่างจากน้ำมันชนิดอื่นอย่างไร

อาร์แกนออยล์ (argan oil) คือน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดของต้นอาร์แกน  ซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่นของโมร็อคโก  ในโมร็อคโกนั้นจะใช้น้ำมันอาร์แกนทานกับขนมปังหรือใช้พรมลงบนเส้นพาสต้า

อาร์แกนออยล์ถูกนำมาใช้ในการบำรุงรักษาเส้นผมเนื่องจากอาร์แกนออยล์นั้นอุดมไปด้วยวิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant)  ทำให้เส้นผม นุ่มลื่น เงางาม  ช่วยบำรุงผม ลดการแตกปลาย ผมเปราะขาดง่าย และผมชี้หยิกฟู ให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผมและหนังศีรษะลดการเกิดรังแคบนหนังศีรษะได้อีกด้วย

การใช้อาร์แกนออยล์บำรุงผมสามารถทำได้หลายวีธี เช่น

1.ใช้อาร์แกนออยล์เป็นส่วนผสมในแชมพู  โดยการใช้แชมพูปกติที่คุณชื่นชอบพร้อมกับหยดอาร์แกนออยล์เพิ่มไปซักประมาณ 2-3 หยด คุณค่าจากวิตามินอีในอาร์แกนออยล์จะเข้าไปบำรุงเส้นผมและบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื้นและสุขภาพดี

  1. ใช้อาร์แกนออยล์หลังสระผม หลังจากสระผมเสร็จใช้อาร์แกนออย ชโลมลงบนเส้นผมขณะผมเปียกหมาดๆก่อนการเป่าผมเพื่อให้ผมดูเงางาม
  2. ใช้อาร์แกนออยล์หมักผม โดยการนำอาร์แกนออยล์มาชโลมลงบนเส้นผมและหนังศีรษะในปริมาณ 1 ฝ่ามือหรือในปริมาณที่เหมาะสม โดยกะปริมาณให้ชโลมได้ทั่วทั้งหนังศีรษะและเส้นผมจากโคนถึงปลายผม และนวดหนังศีรษะเบาๆ จากนั้นใช้ผ้าขนหนูคลุมทิ้งไว้ซักครู่แล้วล้างออก หากบำรุงผมด้วยอาร์แกนออยล์ก่อนการยืดผม การดัด หรือการทำสีผม จะช่วยลดอาการผมเสีย ผมแตกปลาย ผมเปราะ หรือผมขาดหลุดร่วง จากการใช้สารเคมีได้

4.ใช้อาร์แกนออยล์เซ็ตผม สำหรับผมชี้ฟูดูไม่มีน้ำหนัก ใช้อาร์แกนออยล์ 1-2 หยดลูบบนผมชี้ฟู

นอกจากอาร์แกนออยล์จะมีประโยชน์ต่อผมแล้ว ยังใช้สำหรับบำรุงผิว และเล็บ ได้ดีอีกด้วย

การเลือกแบบชุด

วิธีการเลือกแบบชุด

การเลือกแบบชุดการเลือกแบบชุด เราต้องคำนึงถึงอันดับแรกคือตรีมงานที่เราจะไปกันก่อนนะคะ เช่นว่างานเค้าจะให้เป็นตรีมสีแดง ,สีเขียว ,สีทอง ฯลฯ ถ้าเค้าจัดตรีมงานมาแบบนี้เราก็ต้องหาชุดที่เข้าตรีมงานที่เค้าจัดกันก่อนล่ะ ต่อไปก็ดูว่าเป็นงานประเภทไหนกันงานเช้าหรืองานกลางคืน มีผู้ใหญ่ไปร่วมงานมากน้อยแค่ไหนอันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยล่ะคะ ถ้าเป็นงานเช้าเราต้องหาชุดที่ใส่สบาย ๆ ไปไม่ให้สีดูชูดชาดเกินไปนะคะ สาเหตุก็เพราะอากาศบ้านเราไม่เหมาะกับชุดหลาย ๆ ประเภทคืออากาศบ้านเราเมืองร้อนถ้าใส่ชุดตั้งแต่เช้าไปถึงบ่าย รับลองอาจจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็เป็นได้นะ ส่วนวิธีการเลือกก็ให้ดูเนื้อผ้าเป็นสำคัญก่อนเพราะถ้าเป็นเนื้อผ้าราคาถูกทั่วไป จะเก็บความร้อนไว้ในเนื้อผ้าทำให้ใส่แล้วไม่สบายตัวแถมถ้าเหงือออกแล้วล่ะก็ไม่เป็นอันน่าดูแน่ ๆ เอาล่ะทีนี้ก็มาดูเรื่องของประเภทชุดกันดีกว่า ชุดที่เหมาะกับงานเช้าก็คือชุดสั้นไม่ยาวจนเกินไป เพื่อความสะบายในการเดินไปไหนมาไหนได้อย่างสบายตัว และจะทำให้เรามีเหงือน้อยลงอีกต่างหาก

การเลือกแบบชุด ต้องคำนึงเรื่องสีของชุดที่เหมาะกับงานเช้าถ้าเป็นงานในช่วงเวลานี้ให้พยายามไม่เลือกสีที่ดูร้อนแรงจนเกินไปให้เน้นไปที่สีที่ดูแล้วสบายต่อไว้ก่อนแต่ก็ต้องดูตรีมงานเป็นสำคัญกันด้วยนะคะ ต่อไปถ้าเป็นงานกลางคืนก็ให้เน้นชุดที่ออกแนวเซ็กซี่นิด ๆ ก็ได้คะแต่อย่าโป๊จนเกินไปนะคะ ต้องดูแขกในงานกันด้วยคะว่าเป็นผู้ใหญ่หรือเปล่าและเค้ามีตรีมงานจำกัดกันหรือเปล่า และที่สำคัญเราโดนเชิญไปนั้นในฐานะอะไรด้วยนะคะ ไม่ใช่เป็นเพื่อนเจ้าสาวแต่ใส่ตรีมงานไม่เหมือนเพื่อนเจ้าสาวคนอื่นอันนี้ขายหน้าแน่ ๆ แต่ถ้าเป็นงานของเรากันเองวัยตั้งแต่ 20-45 ปีอันนี้ตามสบายเลยคะเน้นเซ็กซี่แค่ไหนก็ได้เพราะสังคมเริ่มเปิดกว้างกันมากขึ้น ถ้างานที่ไม่เป็นกันเองก็คงจะรู้กันนะคะว่าต้องแต่งไปแบบไหน

ความหลากหลายแบบชุดของ ร้านชุดราตรี

หลากหลายชุดจากร้านชุดราตรี

ร้านชุดราตรี

ร้านชุดราตรี เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่ชอบชุดสวยสไตล์ใหม่ๆไม่ตกเทรนด์หรือคนที่กำลังมองหาชุดที่จะใส่ไปงานต่างๆแบบสะดวกรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเงินซี้อเองแพงๆหลายๆท่านคงกังวลอยู่ใช่ไหมคะ สำหรับชุดที่จะใส่ไปออกงานนั้นจะเลือกแบบไหนดีและจะไปหาที่ไหนเรื่องนี้ไม่ยากค่ะ มีร้านๆหนึ่งในกรุงเทพมหานครมาแนะนำ  ร้านอยู่แถวรามคำแหง22  หากคุณเป็นคนต่างจังหวัดก็สามารถเช่าชุดจากร้านนี้ได้นะคะ ทางร้านเค้ามีบริการส่งไปรษณีย์ให้ค่ะสำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด เรียกว่า สวยประหยัดไม่ต้องตัดเองเลยทีเดียว

ร้านที่จะมาแนะนำนี้ชื่อ“ร้านดรีมราตรี”ค่ะ ใครอยู่กรุงเทพฯแวะมาลองเลือกชุดที่ร้านได้เลยร้านอยู่ที่ตึกคอนโดอดามาส เข้ามาประมาณ 600 เมตร คอนโดอยู่ซ้ายมือ ร้านนี้แนะนำว่าชุดใหม่ๆเยอะแยะเลย มาเลือกมาลองได้เลยค่ะรับรองไม่ผิดหวัง แถมยังที่ร้านเจ้าของร้านกับพนักงานอัธยาศัยดีมากๆ  ราคาไม่แพงด้วย จากที่เคยใช้บริการร้านนี้เป็นประจำเรามาดูกันว่าร้านนี้เค้ามีชุดประเภทไหนใส่ไปงาน โอกาสไหนได้บ้างค่ะ Read more