สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการในการแต่งตัวหรือต้องติดต่อกับร้านยืมชุดไทย อาจจะยังไมทราบว่าเลือกแบบไหนดีทางเราจึงได้รวบรวมความรู้พร้อม ทั้งอัพเดทเทรนต่าง ๆ ในการแต่งตัวมาให้กันคะรวมถึงการแต่งชุดเพื่อให้เข้ากับสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงรูปแบบของงานกัน

ชุดราตรียาว

5 วิธีในการดูแลชุดราตรีให้อยู่ทรงสวยพร้อมใส่ออกงานเสมอ

นอกจากงานดีไซน์และรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ชุดราตรีแต่ละชุดมีความโดดเด่นแตกต่างกันไปแล้ว ทรงของชุดที่เป็นไปในแบบที่ควรจะเป็นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเนื้อผ้ายับย่นจนกลายเป็นชุดราคาถูก กระโปรงที่น่าจะฟูก็กลับดูลีบกลีบแตก หรือแม้แต่ลูกไม้ที่เคยพลิ้วก็ดูแข็งกระด้างราวกับผ้าดิบ

แบบนี้ต่อให้แต่งตัวอย่างไงก็คงออกมาไม่สวยเท่าไร ทางแก้ง่าย ๆ ก็คือการดูแลรักษาชุดให้ถูกต้องเหมาะสมนั่นเอง ซึ่งต่อไปนี้ก็เป็น 5 วิธีพื้นฐานที่เรานำมาฝากกัน

  1. ซักด้วยมือเท่านั้น ชุดราตรีมักจะมีองค์ประกอบค่อนข้างเยอะและค่อนข้างใช้ผ้าหลากหลายชนิดภายในชุดเดียว ดังนั้นการซักชุดราตรีด้วยเครื่องซักผ้าจะทำให้ชุดเสียรูปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเสี่ยงที่จะฉีกขาดด้วยเช่นกัน
  2. ห้ามแช่ชุดทิ้งไว้ ไม่ว่าชุดนั้นจะมีคราบเลอะเทอะมากเท่าไร อย่าแก้ปัญหาด้วยการแช่ทิ้งไว้เป็นอันขาด ประการแรกคือส่วนที่เป็นพลอยประดับจะหลุดออกได้ง่าย ส่วนที่เป็นโลหะก็จะเกิดสนิม รวมทั้งผ้ายังเปื่อยเร็วกว่าอายุการใช้งานจริงอีกด้วย
  3. ถ้ามีคราบหนักให้จัดการก่อน ด้วยการใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะที่ ค่อย ๆ ลบคราบเหล่านั้นให้สะอาด หรืออย่างน้อยก็ให้คราบจางลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะเอาลงไปซักทั้งชุด
  4. รีดด้วยไฟอ่อนและไฟกลางเท่านั้น ส่วนใหญ่ผ้าที่ใช้ทำชุดราตรีมักจะมีเนื้อบางเบาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟแรงก็สามารถรีดให้เรียบได้ง่าย ๆ และจะดีมากหากเป็นเตารีดไอน้ำที่ให้ความชุ่มชื้นตลอดเวลา
  5. ใส่ถุงคลุมชุดเสมอ เมื่อทำความสะอาดชุดเรียบร้อยก็ให้ใส่ถุงคลุมชุดทันที เพื่อช่วยกันฝุ่นและกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดี โดยเฉพาะแมลงต่าง ๆ ก็ไม่สามารถกัดแทะชุดโปรดของเราได้ด้วย
วิธีการเลือกชุดราตรีปกปิดส่วนต่าง ๆ

ถึงต้นแขนจะใหญ่ ไม่ต้องใส่ชุดราตรีแบบปิดจนมิดก็ได้

เป็นธรรมดาที่เมื่อเรารู้สึกไม่มั่นใจรูปร่างส่วนใดก็ต้องหาเทคนิคในการอำพรางสัดส่วนมาใช้ แต่ทราบหรือไม่ว่าการปกปิดให้มิดชิดที่สุดนั้นเป็นวิธีพรางหุ่นที่ไม่มีศิลปะเอาเสียเลย ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีก็จะรู้ว่าไม่ได้ช่วยอะไรอีกด้วย โดยจุดที่เรามักจะพลาดกันมากก็คือช่วงต้นแขน ดังนั้นเราจึงแนะนำว่าอย่าได้คิดที่จะปิดตั้งแต่หัวไหล่ไปจนถึงข้อมือเป็นอันขาด แต่ลองหันมาใช้วิธีเหล่านี้แทนดีกว่าค่ะ

  • เลือกเสื้อแขนตุ๊กตาที่เปิดไหล่กว้าง จุดที่ทำให้แขนดูใหญ่จะอยู่ระหว่างหัวไหล่กับข้อศอก ดังนั้นการเปิดหัวไหล่อย่างเต็มที่จึงไม่มีผลเสียอะไร แถมยังทำให้ช่วงแขนที่อยู่ต่ำลงมาดูเรียวเล็กลงอีกด้วย
  • เลือกเสื้อแขนพองแบบมีผ่าข้าง เชื่อว่าสาวต้นแขนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับเสื้อแขนพองเป็นอย่างดี แต่ลองยกระดับความเก๋และเพิ่มความเรียวให้ช่วงแขนกันอีกสักนิด ด้วยการใช้เสื้อแขนพองแบบที่ช่วงไหล่เป็นผ้าทิ้งตัวแล้วพองเฉพาะด้านล่าง อาจจะเป็นบริเวณข้อมือหรือข้อศอกก็ได้ แล้วให้มีแนวผ่าด้านข้างเพื่อโชว์ผิวเนียน ๆ สักเล็กน้อย
  • ใส่เสื้อเกาะอกคู่กับผ้าคลุมไหล่ ข้อดีคือเราสามารถพันผ้าคลุมไหล่ได้หลายแบบและรู้สึกสบายตัวมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงแบบไหนก็ตาม เทคนิคคือให้เลือกผ้าคลุมที่มีรายละเอียดมากสักหน่อย อย่าใช้ผ้าสีพื้นที่ดูเรียบจนเกินไป โดยถ้าเราสามารถหาแบบที่มีเฉดสีเข้มกว่าชุดสัก 1 – 2 เฉดได้ก็จะดีมาก
High heels

3 เหตุผลที่ควรใส่รองเท้าส้นสูงกับชุดราตรี

การสวมใส่รองเท้าส้นสูงของผู้หญิงแท้จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่สบายนัก หลายคนอาจจะไม่ค่อยได้ใส่ในชีวิตประจำวัน แต่พอต้องออกงานทีก็รู้สึกว่าเดินเหินไม่ถนัด ทำให้รู้สึกสูญเสียความมั่นใจไปไม่น้อย ทั้งยังไม่นับรวมอาการเจ็บเท้าที่มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งอีกด้วย Read more

4. ทริคจับคู่รองเท้า ให้เข้ากับชุดราตรี

4. ทริคจับคู่รองเท้าให้แมทช์กับชุดราตรีอย่างลงตัว

หลังจากมองหาชุดราตรีจนได้ชุดที่สวยถูกใจตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผมแล้ว สิ่งหนึ่งที่สาว ๆ ไม่ควรละเลยหรือพลั้งพลาดก็คือ “รองเท้า” ที่จะช่วยเสริมให้ชุดราตรีดูสวยขึ้นอย่างโดดเด่นมาได้ หากเราเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับชุดนั้น ซึ่งมีเคล็ดลับมาแนะนำดังนี้ค่ะ Read more

วิธีดูแลผมหลังยืด, ดัด, เสีย, ทั้งผู้ชายและผู้หญิงโดยวิธีสมุนไพรเพื่อสุขภาพผม

วิธีดูแลผม

วิธีดูแลผมหลังยืด ดัด เสีย ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

 

ทุกวันนี้ในท้องตลาดมีแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใส่สมุนไพรเยอะแยะมากมายเชียวค่ะ  ยิ่งเป็นเรื่องของวิธีดูแลผมหลังยืดหลังดัดหรือแม้แต่ผมเสียแล้ว  ทุกท่านก็คงเคยเห็นแชมพูสมุนไพรหลากหลายสูตรที่เหมาะกับผู้ชายและผู้หญิง แล้วก็คงคิดต่อไปว่า ผมอย่างเราควรเลือกแชมพูสูตรไหนดีนะ  วันนี้เราจะมีคำตอบมาให้ทุกท่านค่ะ Read more

วิธีเลือกชุดไทย ให้เหมาะเปลี่ยนลุคให้กลายเป็นหญิงกุลสตรีได้ไม่ยาก !

มือใหม่ที่กำลังมีความจำเป็นต้องเลือกสวมใส่ชุดไทยพร้อมบริการยืมไปงานสำคัญต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดธีมงานมาให้เป็นชุดย้อนยุคแบบไทยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานเฉลิมฉลอง หรืองานพิธีมงคลต่าง ๆ ก็ตาม คนที่ไม่เคยสวมใส่มาก่อน เชื่อว่าจะต้องกังวลกับการเลือกแบบชุดที่มีให้เลือกหลากหลาย ไม่รู้ว่าสไตล์ไหนที่ตัวเองสวมใส่ออกมาแล้วจะดูดี สง่างามได้เหมือนกับนางแบบที่เห็นในภาพ ใครที่กำลังประสบปัญหานี้ เรามีวิธีเลือกชุดไทยให้คุณสาว ๆ แบบไม่มีพลาด รับรองว่าสวยปัง มีออร่า ราวกับนางในวรรณคดีเลยทีเดียวค่ะ Read more

แฟชั่นชุดราตรี เทรนด์สุดเก๋ ใส่เมื่อไหร่ก็ไม่มีตกยุค

แฟชั่นชุดราตรี, ชุดราตรีโทนชมพูหวานชวนเซ็กซี่แฟชั่นชุดราตรี ที่สาว ๆ ที่กำลังมองหาแหล่งร้านชุดราตรีให้กับตัวเองเพื่อสวมใส่ไปออกงานกันอยู่ อาจกังวลใจกับสักนิดว่าในช่วงนี้เทรนด์แฟชั่นที่กำลังฮิตของชุดประเภทนี้จะออกมาในลักษณะไหน รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจว่าชุดที่เลือกสวมใส่จะหมดยุคสมัย กลายเป็นสาวรุ่นป้าที่ตกเทรนด์ไปแล้วหรือเปล่า…?

ถ้าใครที่ใส่ใจกับการตามเทรนด์แฟชั่นแบบนี้ อาจต้องหันมาเลือกชุดราตรีที่สามารถสวมใส่ได้กับทุกช่วงเวลา ซึ่งจะช่วยให้สาว ๆ ไม่พลาดอัพเดตความสวยทรงเสน่ห์ให้ตัวเองดูน่าหลงใหล ที่มาพร้อมงานดีไซน์สุดคลาสสิค จะสวมใส่เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหน ก็เปล่งประกายสะดุดทุกสายตาได้ทุกยุคทุกสมัยไม่มีเปลี่ยนอย่างแน่นอนค่ะ

แฟชั่นชุดราตรีโทนชมพูหวานชวนเซ็กซี่

ชุดราตรีที่มาในโทนสีชมพูหวานแหวว ไม่ว่าจะดีไซน์ให้เป็นชุดที่ดูเรียบร้อย หรือจะแอบโชว์ส่วนเว้าโค้งสักหน่อย ก็เป็นชุดที่สวมใส่ได้กับทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สมัย ก็ยังเห็นชุดราตรีในโทนสีชมพูถูกหยิบยกขึ้นมาเนรมิตเติมเสน่ห์ให้ผู้หญิงได้อย่างไม่เคยตกเทรนด์ แถมยังเป็นชุดยอดฮิตของวงการแฟชั่น ให้สาว ๆ ดูสวยหวาน เย้ายวนด้วยความเซ็กซี่ที่ไม่หนักจนเกินไป เหมาะสำหรับงานรื่นเริง หรืองานสังสรรค์ จะเป็นงานแบบทางการ หรืองานกึ่งทางการ ก็สามารถสวมใส่ไปได้ ไม่มีพลาด กลายเป็นนางฟ้าเด่นประจำงาน ที่ใคร ๆ ก็ต้องเหลียวหลังมองเพราะความน่ารักสดใสที่เฉิดฉายออกมา

แฟชั่นชุดราตรีแบบเรียบหรูไม่เน้นหวาบหวิว

สไตล์ของชุดราตรีที่เน้นการดีไซน์เป็นพิเศษเพื่อสะท้อนความเรียบหรู ดูเป็นสาวแพง ปิดมิดชิดตั้งแต่บนถึงล่าง ไม่มีการโชว์ส่วนเว้าโค้งของผิวให้เห็น นอกจากช่วงแขนสำหรับชุดที่สวมใส่แบบเกาะอก หรือบางคนที่เลือกเป็นกระโปรงเลยเข่าเท่านั้น ลักษณะเทรนด์ของชุดแบบนี้เป็นความสวยงามมีเสน่ห์ที่ไม่ต้องวิ่งตามกระแสแฟชั่น เพราะเป็นเอกลักษณ์ความงามที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวอยู่แล้ว ทั้งความสวยแบบสาวผู้ดี มีโทนสีหลักที่นิยมเลือกใช้คือ สีเทา, สีดำ และสีแดง ส่วนโทนสีอื่นจะเลือกเป็นสีเข้มหรือโทนสีแบบเรียบ ๆ ประดับเพชรพลอยเล็กน้อยบนชุดเพื่อเพิ่มความงดงาม เพียงเท่านี้ก็กลายเป็นสาวงามประจำงานได้แบบไม่ต้องกลัวตกเทรนด์แล้ว

แฟชั่นชุดราตรีกระโปรงยาว สวยแซ่บแบบสาวเนี๊ยบ

สไตล์ของชุดราตรีที่เน้นกระโปรงยาวไปจนถึงปลายเท้า เป็นเทรนด์แฟชั่นที่สวมใส่ได้ทุกยุคทุกสมัยไม่แพ้กัน สามารถสวมใส่ไปออกงานได้หลากหลาย มีความยืดหยุ่นในการสวมใส่ได้อย่างคุ้มค่ากับทุกโอกาส ด้วยรูปทรงเป็นชุดยาวรวดที่ดูเนี๊ยบ เติมบุคลลิกให้เป็นสาวที่มีความเป๊ะ แทนที่จะทำให้เป็นสาวเรียบร้อย แต่กลับทำดูสวยแซ่บชวนมอง ยิ่งชุดที่ออกแบบมาให้แนบเนื้อ กระชับส่วนโค้งเว้าอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเลือกเป็นโทนสีไหน ก็รับรองว่านำเทรนด์แฟชั่นได้แบบเหนือกาลเวลา

หาร้านชุดราตรีกันแบบไม่ตกเทรนด์ ลองเลือกสรรไปกับชุดเหล่านี้ที่กล่าวไปข้างต้น รับรองเลยว่าสาวๆ จะดูสวย เพิ่มจุดเด่นให้กลายเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากขึ้นไปอีกเท่าตัวทุกครั้งที่ไปออกงานได้อย่างแน่นอนค่ะ

ชุดราตรี สำหรับคุณแม่สง่าและสวยสมวัย

ชุดราตรี, ชุดราตรีสำหรับคุณแม่ชุดราตรี สำหรับคุณผู้หญิงส่วนใหญ่เรามักจะได้เห็นแบบชุดสวย ๆ สำหรับสาวรุ่นกัน แต่สำหรับสาวรุ่นคุณแม่วัย 50 ปีขึ้นไป ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนลุคให้สวยสง่าแบบคุณหญิงคุณนายได้เช่นกัน รับรองว่าจะต้องถูกใจและเกิดความมั่นใจอย่างไร้กังวลแน่นอนค่ะ

ชุดราตรีสำหรับคุณแม่

ชุดราตรีสไตล์นี้จะเหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งได้รับการออกแบบตัดเย็บมาเพื่อผู้หญิงวัยนี้ให้ดูสวยสง่างามสมวัยโดยเฉพาะ เพราะสามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ ถูกกาลเทศะ และคงความเป็นผู้ใหญ่ไว้อย่างเหมาะสม

สวมใส่โอกาสใดได้บ้าง

ชุดราตรีสำหรับคุณแม่ส่วนใหญ่จะใช้ได้ในหลายโอกาส ขึ้นอยู่กับรูปแบบของงานว่าเป็นทางการมากน้อยเพียงใด หากเป็นคุณแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็อาจจะต้องพิถีพิถันในด้านความหรูหราอย่างเช่นชุดผ้าไหมสักหน่อย เพื่อเป็นเกียรติแก่วันสำคัญพิเศษของลูก

นอกจากนี้ชุดราตรีสำหรับคุณแม่ยังเหมาะแก่การสวมใส่ไปงานอื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานทำบุญ งานเลี้ยงฉลอง รวมทั้งงานรับรางวัลและใส่ถ่ายรูปอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว

รูปแบบของชุดราตรีสำหรับคุณแม่

ด้วยลักษณะของชุดราตรีสำหรับคุณแม่นั้นค่อนข้างเป็นทางการ จึงทำให้รูปแบบและเนื้อผ้านั้นไม่จำเป็นต้องมีลูกเล่นหรือดีไซน์มากนัก แต่ใช้วิธีประยุกต์กับผ้าลูกไม้อย่างพอเหมาะ ผสมผสานกับการตัดเย็บด้วยฝีมือเนี้ยบ ๆ ทำให้บางชุดสามารถสวมใส่ไปงานได้ทั้งแบบกลางวันและกลางคืนควบคู่กัน

คุณแม่หรือคุณผู้หญิงในช่วงวัย 50 ปี ลองมาเลือกชุดราตรีสำหรับคุณแม่ในสไตล์ที่ชอบกันค่ะ สวมใส่ได้ทุกโอกาส และมีความงามสง่าอย่างสมวัยในแบบของตัวเองด้วยค่ะ

ข้อดีของชุดราตรีที่มีมากกว่าเดรสธรรมดาออกงาน

ร้านชุดการใส่ชุดราตรีไปงานเลี้ยงต่าง ๆ อาจทำให้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกว่าชุดราตรีเดี๋ยวนี้ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ ซื้อมาก็ใส่แค่ไม่กี่ครั้งและไม่คุ้ม สู้ซื้อเดรสธรรมดาไปงานแทนดีกว่าแล้วยังใส่ได้เรื่อย ๆ อีกด้วย แต่ช้าก่อนค่ะ เรามาดูข้อดีของการใส่ชุดราตรีกันก่อนที่จะเลือกเดรสธรรมดาออกงาน เพราะปัจจุบันนี้มีร้านชุดให้เลือกมากมายนั่นเอง

1.เสริมความสง่าและบารมี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองและตัดสินจากบุคลิกหรือภาพลักษณ์ภายนอกเป็นอันดับแรก ซึ่งถ้าเราแต่งตัวดีก็จะได้รับการปฏิบัติที่ดีไปด้วย ยิ่งเป็นการเสริมบารมีให้เราแลดูดีและมีความสง่ามากขึ้น

2.เปิดโอกาสให้ตัวเอง

การแต่งตัวดีสามารถทำให้เราได้คอนเนคชั่นใหม่ ๆ ที่มีผู้คนสนใจเข้ามาพูดคุยหรือทำความรู้จัก เปรียบเสมือนเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองเหมือนอย่างเรื่องซินเดอเรลล่า จากคนใช้กลายร่างเป็นเจ้าหญิงด้วยชุดราตรีแสนสวย ในโลกความเป็นจริงก็ไม่แตกต่างกันค่ะ

3.มีโอกาสได้เป็น Talk of The Town

ไม่ว่าใครที่แต่งตัวดูดีและมีบุคลิกที่น่าสนใจ ก็สามารถกลายเป็น Talk of The Town ได้แค่เพียงชั่วข้ามคืน ลองเลือกชุดราตรีให้เข้ากับบุคลิกตัวเราเอง เพื่อเสริมความสวยสง่าให้น่าหลงใหลและอาจจะได้โอกาสดี ๆ เข้ามาอีกด้วย

4.ตกเป็นที่หมายตาของหนุ่ม ๆ

สำหรับสาวโสดที่ยังไม่มีคนรู้ใจ นี่อาจเป็นโอกาสดีของสาวๆ ที่เข้างานมาพร้อมกับชุดราตรีแสนสวย จะได้เป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ไม่แน่ว่าคนที่จะยึดคานทองก็อาจจะลงจากคานในงานนี้เป็นแน่แท้เชียวล่ะค่ะ

มีใครรู้เรื่องแบบชุดราตรีต่าง ๆ กันหรือเปล่าคะถ้าไม่ติดตามบทความนี้กันดูคะ https://rental-adress.com/ลักษณะของชุดราตรีทรงต่

เพื่อนเจ้าสาว เจ้าบ่าวสำคัญไฉนนิ

ชุดเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวหลาย ๆ คนอาจเคยสงสัยว่างานแต่งทำไมต้องมีเพื่อนบ่าวสาว และเพื่อนบ่าวสาวสำคัญอย่างไร ทั้ง ๆ ที่งานแต่งงานควรจะโฟกัสอยู่ที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องมี วันนี้ดรีมจะมาไขข้อข้องใจให้ทุก ๆ คนได้ทราบกันเจ้าค่ะ เริ่มจากความเชื่อของชาวฝรั่งมังค่าหรือเรียกโก้ ๆ ว่าชาติตะวันตกนั้นเอง ว่ากันว่าหญิงใดก็ตามที่จะเข้าพิธีแต่งงานนั้น จะเป็นเป็นที่หมายปองของเหล่าปีศาจที่แสนชั่วร้าย พวกมันจะทำทุกทางไม่ให้เจ้าสาวได้แต่งงาน (เหมือนกับความเชื่อคนไทยเรื่องการบวช..ว่าก่อนบวชจะมีมารมาผจญอะไรทำนองนั้นค่ะ) ฉะนั้นพวกเขาจึงหาทางแก้ไขโดยให้มีเพื่อนเจ้าสาวมาคอยอยู่เคียงข้างในพิธียิ่งเยอะยิ่งดี เพื่อทำให้ปีศาจสับสน เพราะเหล่าบรรดาเพื่อนเจ้าสาวจะแต่งกายให้คล้ายเจ้าสาว เรียกว่าปีศาจคงงงไปเลยทีเดียว (ดรีมนึกถึงความเชื่อคนไทยเรื่องสติ๊กเกอร์หลังรถเลยค่ะ..รถคันนี้สีแดงบ้างสีบรอนซ์บ้าง ไว้หลอกเจ้ากรรมนายเวรให้สับสน) ฉะนั้นจึงมีเพื่อนเจ้าสาวมาโดยประการละฉะนั้น..เอ้ย! ฉะนี้เจ้าค่ะ ส่วนความเชื่อของคนไทยนั้น ที่ให้มีเพื่อนเจ้าสาวเพราะสังคมไทยสมัยก่อน ๆ นั้น ผู้หญิงจะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน เป็นกุลสตรีไม่ออกไปข้างนอกเจ้าค่ะ เมื่อจะเข้าพิธีวิวาห์ทีอาจจะทำให้เกิดอาการเคอะเขิลลลลได้นะเจ้าค่ะ ทางผู้ใหญ่จึงจัดให้มีเพื่อนเจ้าสาวอยู่เป็นเพื่อนข้าง ๆ ไว้แก้เหงา..เอ้ย!แก้เขินนั่นเองเจ้าค่ะ ซึ่งในปัจจุบันเพื่อนเจ้าสาวก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาสมัย เพื่อนเจ้าสาว-เจ้าบ่าว นั้นเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งและเป็นอีกไฮไลต์นึงของงานแต่งก็ว่าได้ ฉะนั้นจะแต่งงานทั้งทีจะมัวคำนึงแค่ชุดบ่าวสาวคงไม่พอ จะต้องมาดูแลและเลือกสรรชุดเพื่อนบ่าวสาวให้เริดหรูอลังไม่แพ้กันเจ้าค่ะ ส่วนไอเดียการเลือกชุดเพื่อนเจ้าสาวจะมีอะไรบ้างตอนนี้ดรีมขออุบไว้ตอนหน้านะคะ ขอตัวไปดูลูกค้าที่ร้านก่อนเดี๋ยวจะมาเล่าใหม่ในตอนหน้าค่าาาาา บะบายย

ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้วไปยืมชุดราตรีใกล้ฉัน กันดีกว่า

ชุดญาติผู้ใหญ่ในงานแต่งสำคัญกว่าที่คิด

ชุดญาติผู้ใหญ่ในงานแต่ง (โดยเฉพาะแม่เจ้าสาว-เจ้าบ่าว)….ใครว่าไม่สำคัญ

ชุดแม่เจ้าสาวในงานแต่งงานครั้งหนึ่งในชีวิตของคู่บ่าวสาวนั้นมีความสำคัญกับชีวิตคนทั้งคู่มาก ฉะนั้นทุกส่วนในงานคู่บ่าวสาวย่อมอยากจะให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เช่น รายละเอียดในงาน ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว การแต่งหน้า เป็นต้น แต่มีสื่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ ชุดไปงานแต่งของแม่เจ้าสาว-เจ้าบ่าว และญาติผู้ใหญ่ เพราะในงานแต่งครั้งหนึ่งนอกจากสำคัญในชีวิตของคู่บ่าวสาวแล้ว พ่อ-และแม่ของคู่บ่าวสาวก็มีความรู้สึกว่าสำคัญไม่แพ้กัน ฉะนั้นชุดในงานแต่งก็ต้องหรูเริ่ดไม่แพ้บ่าวสาวจริงมั้ยคะ วันนี้ดรีมมีวิธีการง่ายๆ เป็นไอเดียเก๋ๆในการเลือกชุดให้ท่านกันค่ะ

  1. ง่ายที่สุดให้ลูกสาวหรือเจ้าสาวคิดไอเดียในการแต่งตัวให้คุณแม่ ๆ เรียกได้ว่าคิดไม่ออกให้ถามคุณลูก รับรองชุดที่ออกมาต้องงามและทันสมัยไม่แพ้เจ้าสาวเลยทีเดียวเจ้าค่ะ
  2. ชุดที่เลือกต้องไม่แหวกหวือหวา หรือเซ็กซี่จนเกินไป เพราะชุดประเภทนี้อาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่และที่สำคัญอาจดึงดูดสายตามากกว่าเจ้าสาวก็ได้นะคะใครจะไปรู้..
  3. ลายลูกไม้ก็งดงามนะคะ ชุดที่มีลายลูกไม้สำหรับผู้ใหญ่ดูเหมาะสมและเป็นที่นิยมอีกแบบหนึ่ง เพราะดูมีราคา ดรีมแนะนำให้เป็นโทนสีอ่อนๆ จะยิ่งดูหรูหรายิ่งๆขึ้นไปอีกค่ะ
  4. หากจะใช้ชุดเดรสดรีมแนะนำให้คุณแม่ๆ ที่มีรูปร่างผอม เลือกเป็นชุดเดรสยาวที่มีแขนยาวหรือเป็นแบบแขนสามส่วน ในชุดอาจมีการเล่นลวดลายหรือรายละเอียดที่แขนได้ไม่ว่ากัน ชุดแบบนี้จะช่วยให้ดูหรูอย่างมีสไตล์ได้เจ้าค่ะ
  5. ชุดเดรสยาวแขนกุด ชุดนี้เหมาะสำหรับคุณแม่หุ่นเซี๊ยะฟิตปั๋ง เน้นช่วงแขนที่เฟิร์ม ไม่เปิดเผยเนื้อหนังเกินไป รับรองร้องโอ้วว้าวทั้งงานค่ะ
  6. ข้อนี้สำหรับคุณแม่เจ้าสาวที่ทะมัดทะแมงไม่ชอบใส่กระโปรงดรีมแนะนำให้เป็นชุดแบบกางเกงขายาวพริ้วๆ จะดูเรียบง่ายแต่ดูดีเชียวนะเจ้าคะ
  7. ชุดไทย สำหรับชุดไทยจะช่วยให้ดูเป็นทางการมากขึ้นเหมาะสำหรับงานพิธีการในช่วงเช้าค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเวลาเลือกชุดไทย ควรฟิตติ้งให้ดีเพื่อให้ชุดเข้ากับรูปร่างได้อย่างสมส่วนด้วยนะคะ
  8. ข้อสุดท้ายนั้นเป็นชุดแสดงความรักความผูกพันธ์ในครอบครัวนั่นคือ การแต่งชุดให้เข้าสีกันทั้งครอบครัวฝั่งญาติ รับรองดูน่ารักแขกพากันชื่นชม ถ่ายรูปออกมาก็แจ่มว้าวแน่นอนทีเดียวเจ้าค่ะ

นี่เป็นไอเดียเล็กๆน้อยๆที่ดรีมเอามาฝากกันนะคะ หากสนใจชุดไทย ชุดราตรีอย่าลืมดรีมนะคะรับรองบริการและคำแนะนำแบบใกล้ชิดเลยทีเดียวค่ะ แล้วพบกันคราวหน้านะคะทุกคน บะบายยยย

และสำหรับสาวผิวเข้มที่กำลังมองหาชุดราตรีลองอ่านเรื่องนี้กันดูคะ https://rental-adress.com/ทริคการเลือกชุดราตรีสำ

ชุดราตรีสำหรับไปงานเลี้ยงค็อกเทลให้เหมาะกับสาว ๆ

การเลือกชุดไปงานเลี้ยงค็อกเทลปี 2019

ชุดไปงานเลี้ยงค็อกเทลปี 2019ผู้หญิงทุกคนล้วนที่อยากจะหาวิธีทำให้ตัวเองดูสวยและมีเสน่ห์อยู่เสมอ แม้แต่การแต่งกายเพื่อให้ทุกสายตาจับจ้องมองอย่างสนใจยามออกงาน เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ต้องมีวิธีการเลือกให้เข้ากับบุคลิก รูปแบบของงาน แฟชั่นในเวลานั้น รวมทั้งสถานที่จัดงานก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่างานเลี้ยงแบบค็อกเทลควรแต่งตัวอย่างไรที่จะช่วยให้สาว ๆ ได้เกิดที่สุดในงานนี้

ชุดไปงานเลี้ยงค็อกเทลปี 2019 ควรมีลักษณะเป็นชุดกึ่งทางการ โดยสามารถเลือกใส่ได้ทั้งชุดเดรสสั้นหรือเดรสยาว แต่ถ้าจะใส่เดรสสั้นก็ควรใส่ให้อยู่เหนือหัวเข่าเล็กน้อย ส่วนเดรสยาวก็ให้อยู่เหนือข้อเท้าประมาณ 2 นิ้ว เพื่อความสะดวกต่อการเดินไปมาในงาน สิ่งสำคัญคือต้องเป็นชุดที่มีขนาดพอดีกับรูปร่างและเข้ากับบุคลิกของผู้สวมใส่ อีกทั้งต้องเน้นใส่สบาย ๆ เพื่อไม่ต้องกังวลว่าชุดจะรัดหน้าท้องเมื่อรับประทาน รวมทั้งการเดินหรือเต้นร่วมสนุกภายในงาน

สำหรับเนื้อผ้าที่นิยมใส่ไปงานเลี้ยงค็อกเทล มักจะเป็นผ้าไหม ผ้าซาติน ผ้าชีฟอง และผ้าฝ้าย เนื่องจากเป็นเนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกสบายตัว ส่วนเครื่องประดับจะต้องเป็นลุคที่ดูสบาย ๆ ไม่เป็นทางการมากนัก แต่หากจัดในโรงแรมควรต้องเน้นดูหรูมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับดูโอเว่อร์เกินหน้าเกินตากว่าเจ้าของงาน

การหาชุดใส่ไปงานเลี้ยงค็อกเทลในปัจจุบันนั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่ดูแบบจากร้านขายเสื้อผ้าที่มีให้เลือกมากมายหลายสีหลายราคา หรือถ้าต้องการความสะดวกก็เลือกบริการยืมชุด ได้ทั้งความสวยและประหยัดในคราวเดียวกัน

ถ้าใครกำลังจะไปงานลองดูเรื่อง ชุดราตรีเพื่อใส่ออกงานให้สุดเก๋เมื่อไหร่ก็ไม่มีตกยุค ดูนะคะ

ชุดไทยแต่ละยุคของรัตนโกสินทร์

ชุดไทยรัตนโกสินทร์แต่ละยุค

ชุดไทยรัตนโกสินทร์                ชุดไทยในแต่ละยุคสมัยย่อมมีความงามอย่างเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสมกับคนไทยในแต่ละกาลเวลา ทั้งยังนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันเมื่อต้องร่วมงานสำคัญมากมายโดยเฉพาะในงานแต่งงาน แล้วชุดไทยที่เราพบเห็นกันนั้นมาจากยุคสมัยไหนบ้าง? ไปย้อนเวลาตามหาความงดงามจากอดีตถึงปัจจุบันกันดีกว่า

ช่วงรัชกาลที่ 1 – 3

นับเป็นยุคแรกๆ สำหรับต้นกำเนิดความงามของชุดไทย โดยชาวบ้านทั่วไปจะนุ่งโจงกระเบนและผ้าเกาะอก ส่วนชาววังจะนุ่งผ้าซิ่นพร้อมคาดสไบจับจีบสีสันสดใสที่เรามักเห็นเจ้าสาวแต่งตัวกันในงานพิธีมงคลสมรส จากนั้นจึงไว้ผมยาวสลวยหรือบางคนอาจตัดผมสั้น และอีกทรงที่นิยมไว้กันคือทรงผมปีก ส่วนผู้ชายจะนุ่งโจงกระเบน ไม่ใส่เสื้อ ไว้ผมทรงมหาดไทยหรือทรงหลักแจว

ช่วงรัชกาลที่ 4

ในช่วงเวลานี้ประเทศของเราได้มีการติดต่อกับฝรั่งมากขึ้น การแต่งกายจึงดูมีความทางการมากขึ้นตามลำดับ ผู้หญิงจะนุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนกระบอกแล้วจึงห่มสไบ เกล้าผมขึ้นไปให้ดูเรียบร้อย พร้อมคาดสร้อยสังวาลทับเป็นเครื่องประดับประจำกาย ผู้ชายจะนุ่งโจงกระเบนตามด้วยเสื้อนอกแบบชาวจีน แล้วคาดผ้าคาดเอวทับ นับเป็นอีกไอเดียหนึ่งที่นิยมนำมาประยุกต์กับการแต่งกายในงานมงคลสมรส

ช่วงรัชกาลที่ 5

ในช่วงรัชกาลที่ 5 ยังคงนุ่งโจงกระเบน แต่มีความเป็นสากลมากขึ้นโดยผู้หญิงสวมเสื้อมีลูกไม้ตามแบบฝรั่ง ใส่ถุงเท้าและรองเท้าให้ดูดี ส่วนผู้ชายจะนุ่งผ้าม่วงโจงกระเบนคู่กับใส่เสื้อราชประแตน แล้วตามด้วยถุงเท้าขาวและร้องเท้าหนัง

ช่วงรัชกาลที่ 6

ในสมัยนี่จะมีการเพิ่มรายละเอียดความสวยงามมากขึ้นโดยการใช้ผ้าแพรบางๆ สะพายทับเสื้อลูกไม้คอลึกลวดลายสวยงาม ส่วนผู้ชายนุ่งโจงกระเบนพร้อมใส่สูท ผูกหูกระต่ายแบบฝรั่งเมื่อต้องเข้าร่วมงานราชพิธี

ช่วงรัชกาลที่ 7 – 8

ในช่วงเวลานั้นจะเห็นการใส่โจงกระเบนบางตาลง เพราะผู้คนเริ่มหันมาใส่ผ้าซิ่นสีสันสวยงามความยาวประมาณเข่า ตามด้วยเสื้อแบบชาวตะวันตก พร้อมสร้อยคอและสร้อยข้อมือไข่มุกเพิ่มความงามตามยุคสมัย ส่วนผู้ชายใส่เสื้อคอเปิดแล้วตามด้วยกางเกงขายาวสีเข้มและสวมสูททับ

ช่วงรัชกาลที่ 9

ในยุคนี้ยังคงมีการใส่ชุดไทยในงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง โดยสาวๆ จะนุ่งกระโปรงหรือผ้าถุง พร้อมเสื้อคอกลมแบบไม่มีปีก ส่วนผู้ชายสวมเสื้อทรงกระบอก ตามด้วยการนุ่งจงกระเบนเพิ่มความดูดี

ชุดไทยในแต่ละยุคย่อมมีความงามเป็นเอกลักษณ์อย่างเด่นชัด ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถนำมาสวมใส่ในงานพิธีสำคัญมากมายโดยเฉพาะงานแต่งงาน หากใครกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว ชุดไทยในแต่ละยุคก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยในการนำมาแต่งตัวให้ดูดีในมงคล

และที่สำคัญทางร้านดรีมราตรีมีบริการให้ยืมชุดไทยราคาถูก ด้วยนะคะ

ฤกษ์วันแต่งในปี 2019

ส่องฤกษ์วันแต่งงานปี 2019

ฤกษ์วันแต่งในปี 2019กว่าจะเป็นพิธีแต่งงานได้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การตกลงกันของคนสองคน หรือครอบครัวทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่เรื่องของการแต่งงานตามแบบฉบับของชาวไทยเรานั้น ยังต้องมีการดูวัน ฤกษ์วันแต่งในปี 2019 ดีเพื่อประกอบกับการจัดงานแต่งงานกันอีกด้วย โดยฤกษ์ดีในแต่ละปีนั้น ย่อมมีความแตกต่างและคลาดเคลื่อนกัน ฉะนั้นแล้ว หากต้องการที่จะได้วันดีๆ ก็ต้องดูฤกษ์กันแบบปีต่อปีเลยทีเดียว แน่นอนว่าในปี 2019 นี้ ก็มีวันฤกษ์ดีด้วยเช่นกัน ลองมาดูกันเลยว่าในแต่ละเดือนนั้น จะมีวันไหนกันบ้าง

วันฤกษ์ดีเดือน มกราคม 2562

– อังคารที่ 1 มกราคม 2562

– เสาร์ที่ 5 มกราคม 2562

– เสาร์ที่ 12 มกราคม 2562

– อังคารที่ 15 มกราคม 2562

– ศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562

– จันทร์ที่ 28 มกราคม 2562

– พุธที่ 30 มกราคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน กุมภาพันธ์ 2562

– อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562

– จันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562

– พฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562

– อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562

– เสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562

– พุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562

วันฤกษ์ดีเดือน มีนาคม 2562

– ศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2562

– อังคารที่ 5 มีนาคม 2562

– อังคารที่ 12 มีนาคม 2562

– ศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562

– จันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2562

– เสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน เมษายน 2562

– พุธที่ 3 เมษายน 2562

– พฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2562

– อาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562

– พุธที่ 17 เมษายน 2562

– อังคารที่ 23 เมษายน 2562

– เสาร์ที่ 27 เมษายน 2562

– จันทร์ที่ 29 เมษายน 2562

วันฤกษ์ดีเดือน พฤษภาคม 2562

– ศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2562

– ศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2562

– จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562

– พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562

– อังคารที่ 28 พฤษภาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน มิถุนายน 2562

– เสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562

– อาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562

– พุธที่ 12 มิถุนายน 2562

– เสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562

– ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

– อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562

– พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562

วันฤกษ์ดีเดือน กรกฏาคม 2562

– จันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2562

– จันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562

– เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562

– พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562

– ศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2562

– อังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน สิงหาคม 2562

– พุธที่ 7 สิงหาคม 2562

– เสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2562

– อังคารที่ 13 สิงหาคม 2562

– จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

– ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน กันยายน 2562

– พฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562

– อาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562

– พุธที่ 11 กันยายน 2562

– อังคารที่ 17 กันยายน 2562

– เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

– จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

– ศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562

วันฤกษ์ดีเดือน ตุลาคม 2562

– เสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562

– อังคารที่ 8 ตุลาคม 2562

– ศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562

– จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

– พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562

วันฤกษ์ดีเดือน พฤศจิกายน 2562

– อาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562

– พุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562

– เสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562

– ศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2562

– อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

– พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

– จันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562

วันฤกษ์ดีเดือน ธันวาคม 2562

– อังคารที่ 3 ธันวาคม 2562

– ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562

– จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562

– อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562

– พฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562

– เสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2562

– พุธที่ 25 ธันวาคม 2562

เรียกได้ว่าวันฤกษ์ดีที่เลือกเป็นวันแต่งงานได้นั้น มีอยู่ทุกเดือน และเดือนละหลายวันเลยทีเดียว ส่วนใครจะเลือกในช่วงเดือนไหนก็อย่าลืมดูวันที่เพื่อนๆ และคนในครอบครัวสะดวกกันด้วย เพื่อที่แขกจะได้ไปร่วมงานกันได้ครบอย่างที่บ่าวสาวต้องการนั่นเอง

เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019

เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019 เรื่องราวของเทรนด์การแต่งตัวนั้น ไม่ได้มีอยู่แค่เรื่องราวของการแต่งตัวแบบสตรีทเท่านั้น แต่ในงานแต่งงานการเลือกชุดแต่งงานก็ยังคงมีเทรนด์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสของแต่ละปีด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าในปี 2019 นี้ เทรนด์ของชุดแต่งงานก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ลองมาดูและอัพเดทเทรนด์ชุดแต่งงานของปีนี้กันเลย

  1. ชุดแต่งงานแบบเรียบหรูดูย้อนยุค

สำหรับชุดแต่งงานแบบเรียบหรูนั้น จะเน้นในเรื่องของความเรียบง่าย ดีเทลน้อย ซึ่งจะมีกลิ่นอายของความเป็นยุค 90 อยู่เหมือนกัน ซึ่งเทรนด์หลักของปี 2019 นี้ จะเน้นความโดดเด่นของทรงและเนื้อผ้าเป็นหลักสำคัญ มองเผินๆ ก็คือสไตล์ของความเป็นมินิมอลที่น้อยแต่ให้ความสวยงามสมบูรณ์แบบที่ดูมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาวๆ ที่ชอบชุดแต่งงานที่เน้นความเรียบง่าย แต่ใส่แล้วดูแพง ยิ่งแมทช์เข้ากับทรงผมที่ดูเรียบหรูด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความแพงให้กับเจ้าสาวอีกเยอะทีเดียว

  1. ชุดแต่งงานแบบ Ball Gow

สำหรับเทรนด์ชุดแต่งงานแบบ Ball Gow นั้น กลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมมากในแถบยุโรป ด้วยความที่สไตล์ของชุดแต่งงานทรงนี้ จะมีความสวยงามที่ให้ลุคแบบเจ้าหญิง เพราะจะเน้นความฟูฟู่อง รวมทั้งลายลูกไม้ของผ้า เพราะจะเน้นความสวยหวาน ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความสวยงามให้เจ้าสาวจนรู้สึกราวกับว่าเป็นเจ้าหญิงในนิยายเลยทีเดียว

  1. ชุดแต่งงานแหวกอกทรง V

จะไม่ยกมาเป็นเทรนด์ก็คงไม่ได้ เพราะกำลังมาแรงทีเดียว สำหรับชุดแต่งงานทรงแหวกอกสุดเซ็กซี่ของเจ้าสาว ซึ่งในบ้านเรา อาจจะต้องคุยกับทางผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายให้ดีกันก่อน เพราะความเซ็กซี่จากการแหวกอกในแบบทรง V ที่ค่อนข้างลึก ทำให้อาจเกิดความรู้สึกขัดใจกันบ้างเหมือนกัน แต่หากบ้านไหนฟรีสไตล์ ก็จัดไปเลยกับรับรองว่า เกิดสุดๆ แน่นอน

  1. ชุดแต่งงานสี Living Coral

เพราะชุดแต่งงานไม่จำเป็นต้องสีขาวเสมอไป อีกทั้งเทรนด์ของสีแพนโทนในปีนี้ก็คือสี Living Coral ที่ออกไปทางโทนสีม่วงอมชมพูอยู่หน่อยๆ ซึ่งนี่เองที่ทำให้เทรนด์ชุดแต่งงานปีนี้เริ่มมีการนำโทนสีม่วงแบบพาสเทล หรือคล้ายกับสีลาเวนเดอร์ กันมากทีเดียว

  1. ชุดแต่งงานแบบปัก 3D

ปิดท้ายกันที่เทรนด์ของชุดแต่งงานที่เน้นด้านการปักแบบ 3D และลวดลายบนชุดแต่งงาน โดยเฉพาะลายดอกไม้ขนาดใหญ่ หรือลายลูกไม้ที่เห็นได้ชัดเพราะความใหญ่เว่อร์วังนี่เอง แต่ถึงจะใหญ่เว่อร์ขนาดไหนก็ตาม แต่ด้วยเทรนด์ของปี 2019 นี้เอง เราจะได้เห็นเจ้าสาวในหลายๆ งานแต่งเลือกใช้ชุดแต่งงานที่ปักแบบ 3D กันมากขึ้นแน่นอน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทรนด์ของชุดแต่งงานในปี 2019 ที่เราจะได้เห็นกันบ่อยขึ้น หรือหากว่าที่เจ้าสาวคนไหนกำลังมองหาชุดแต่งงานอยู่ละก็ ลองเลือกจากทั้ง 5 เทรนด์ที่เรานำมาฝากนี้ไปลองใช้ประกอบการตัดสินใจดูก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

เทรนด์ชุดราตรีมาแรงปี 2019

เทรนด์ชุดราตรีปี 2019 นี้ มาอัพเดตชุดราตรีสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์หรืองานแต่งงานสุดหวานชื่นกันหน่อย เพราะชุดสวยในงานเลี้ยงแสนสนุก ทำให้สาวๆ มีช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับค่ำคืนนั้นมากยิ่งขึ้น แล้วปีนี้เทรนด์ชุดราตรีแบบไหนมาแรง ตามไปดูแล้วเก็บไว้ใช้แต่งตัวในงานราตรีครั้งหน้ากันเลย Read more

เพื่อนเจ้าสาวเตรียมตัวกันอย่างไร

ถูกเลือกเป็นเพื่อนเจ้าสาวในงานแต่ง ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ชุดเพื่อนเจ้าสาว

ก่อนที่จะเป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง

ก่อนถึงงานแต่งงานนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญรองจากเรื่องราวของคู่บ่าวสาว พิธีการในงานและสถานที่แล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งที่เรียกได้ว่าสำคัญกับงานแต่งงานโดยเฉพาะกับเจ้าสาวด้วย นั่นก็คือการเลือกเพื่อนเจ้าสาวเพื่อให้เจ้าสาวได้มีความมั่นใจ และดูสวยสะดุดตามากขึ้นไปอีก แต่การเป็นเพื่อนเจ้าสาวก็ต้องมีการเตรียมตัวกันสักหน่อย ลองมาดูกันว่าการเตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวนั้นจะต้องสนใจในเรื่องไหนกันบ้าง

  1. การเตรียมรูปร่างให้สวยก่อนวันงาน

แม้ไม่ใช่เจ้าสาว แต่เพื่อนเจ้าสาวเองก็ต้องสวยเป๊ะไม่แพ้กัน เพราะอย่าลืมว่าการเป็นเพื่อนเจ้าสาวนั้น ค่อนข้างที่จะมีบทบาทสำคัญ แถมยังต้องเป็นหน้าเป็นตาของงานเลยทีเดียว ฉะนั้นแล้ว เมื่อรู้กำหนดวันแต่งงานแน่นอนแล้ว ก็เตรียมตัวออกกำลังกายและฟิตหุ่นสวยๆ  รวมทั้งอย่าลืมควบคุมอาหารที่จะต้องกินในช่วงนี้กันเอาไว้หน่อย เพราะของที่จะทำให้เกิดไขมันส่วนเกิน กลายเป็นพุงเล็กๆ ก็คงไม่ดีแน่ ฉะนั้นเตรียมตัวเรื่องของสรีระร่างกายให้พร้อม เพราะเมื่อถึงวันงานจะได้สวยเป๊ะทุกสัดส่วน แถมยังได้โดดเด่นเฉิดฉายในงานอีกด้วย

  1. หน้าผมต้องพร้อม

หากคุณเป็นคนที่แต่งหน้าเป็นประจำ หรือมีทริคในการเลือกสไตล์การแต่งหน้าอยู่แล้วก็คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องเตรียมตัวมากนัก แต่ถ้าหากเป็นสาวที่ไม่ค่อยชอบการแต่งหน้าแล้วละก็ งานนี้คงต้องเตรียมตัวกันสักหน่อย อย่างการหาสไตล์การแต่งหน้า ทรงผม และอย่าลืมฝึกซ้อมในการแต่งหน้าเอาไว้สักหน่อย เพราะพอถึงวันจริง ทุกอย่างจะได้เป๊ะอย่างที่คิดไว้ และสวยมั่นใจในตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาวได้อย่างเต็มร้อยนั่นเอง

  1. เตรียมความพร้อมเรื่องพิธีการและหน้าที่

แม้ว่าเรื่องของความสวยงามจะเป็นเรื่องที่สำคัญในอันดับแรกๆ ของการเป็นเพื่อนเจ้าสาวก็ตาม แต่บทบาทหน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาวก็ไม่ได้มีแค่ การไปยืนสวยๆ ถ่ายรูปเท่านั้น เพราะต้องมีการดูแลเจ้าสาวด้วย ทั้งความเรียบร้อยเรื่องของเสื้อผ้า หน้าผม รวมทั้งการคอยซับเหงื่อให้กับเจ้าสาวในวันงานด้วย หรือบางงานเพื่อนเจ้าสาวเองก็ต้องยืนกั้นประตูเงินประตูทอง และแจกของชำร่วยที่หน้างานเช่นกัน ฉะนั้นเตรียมความพร้อมในเรื่องหน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาวกันให้พร้อม จะได้ไม่ตื่นเต้น หรือประหม่ากันมากเกินไปในวันงานจริง

  1. เลือกชุดให้พร้อม

อย่าลืมที่จะเลือกชุดของเพื่อนเจ้าสาวกันให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องปรึกษากับเจ้าสาวในเรื่องของธีมสี และสไตล์ของชุด เพื่อที่จะได้เหมือนกันกับเพื่อนเจ้าสาวคนอื่นๆ เพราะหากไม่ได้ทำการบ้านมาให้ดีในเรื่องนี้แล้วละก็ จากที่ควรจะมั่นใจจะกลายเป็นสาวที่หมดความมั่นใจเพราะชุดไม่เหมือนคนอื่นๆ เอาได้

ใครที่ถูกเลือกให้เป็นเพื่อนเจ้าสาวก็อย่าลืมเตรียมตัวกันให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 4 ข้อนี้ ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษนั่นเอง

แฟชั่นผ้าไทยปี 2019

แฟชั่นผ้าไทย

แฟชั่นผ้าไทย            ไม่มีใครไม่รู้จัก “แฟชั่นผ้าไทย” กำลังมาแรง  ในปี 2019  ด้วยกระแสจากคนไทยที่หันมานิยมของที่เป็นเอกลักษณ์ไทยมากขึ้น  ทำให้คนไทยเริ่มหันมากินของไทย ใช้ของไทย รวมถึงแต่งกายด้วยผ้าไทยเพิ่มมากขึ้น

ด้วยโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ที่พลิกฟื้นผ้าทอมือของไทย ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทำให้ผ้าไทยเริ่มเป็นที่รู้จักสู่สายตาโลก  จากผ้าทอเก่าๆ แสนจะธรรมดาซึ่งในอดีตเรามองข้ามไป  หากพระองค์กลับทำให้ผ้าทอกลายเป็นผ้าทรงคุณค่ามีราคาแพง  ขนาดชาวต่างชาติยังนิยมเลือกผ้าไทย  แล้วเราคนไทยจะยอมแพ้ได้ยังไงกันละคะ

ผ้าทอไทย  ที่บางคนคิดว่า  คนที่จะใส่ชุดจากผ้าไทยได้นั้นจะต้องมีอายุ   ถ้าคิดเช่นนั้นหมดยุคแล้วค่ะ  สมัยนี้เด็กวัยรุ่น หรือวัยทำงานก็สามารถแต่งชุดผ้าไทยได้ ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ทำให้สวยสมกับวัยแล้วยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไทยได้อย่างสมบูรณ์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงเสน่ห์ความงดงามของผ้าไทย และอยากใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน  ว่างๆคุณลองไปเดินเล่นเวลาที่มีงานสินค้า OTOP หรือ งานจากศูนย์ศิลปาชีพต่าง  ซึ่งจะมีผ้าไทยวางขายในราคาที่ค่อนข้างถูก  แต่ถ้าใครอยู่ใกล้แหล่งผลิตอยู่แล้ว  ก็สามารถไปเลือกซื้อถึงแหล่งผลิตได้เลย  ก็จะได้ราคาต้นทุนถูกลงไปอีก

หลังจากนั้นลองเปิดนิตยสารที่ชอบ เลือกแบบเสื้อผ้าที่ถูกใจมากสัก 2-3 แบบ หลังจากเราเลือกแบบที่ต้องการในแบบอินเทรนด์และได้ผ้าทอไทยที่ถูกใจแล้ว ทีนี้เราก็มาลองเลือกลายได้เลยค่ะ  ว่าจะเอาลายส่วนไหนทำเสื้อ ส่วนไหนทำกระโปรง  หรือชุดเดรส ก็สวยไม่ใช่น้อยนะคะ  แล้วก็ส่งร้านตัดเสื้อตามที่เราต้องการได้เลยค่ะ

ข้อแนะนำสำหรับการตัดชุดผ้าไทย  ไม่จำเป็นว่าชุดที่เราจะใส่ จะจำกัดเฉพาะต้องผ้าไทยอย่างเดียวเท่านั้นที่นำมาตัด  เราสามารถนำผ้าชนิดอื่นมาผสมกับผ้าไทย  เพื่อให้ความสวยงามที่แปลกตาไม่ซ้ำแบบใคร หรือนำผ้าที่ตัดมาแล้ว มิกซ์แอนด์แมทช์ ผสมกับเสื้อผ้าสมัยปัจจุบันได้อย่างเก๋ไม่ซ้ำใครเลยค่ะ

แต่ถ้าหากท่านไหน  ไม่มีเวลาที่จะมานั่งออกแบบในการเลือกที่จะตัดชุดสวยๆ จากผ้าไทยเอง  ก็สามารถเลือกซื้อหาได้ตามร้านค้าขายผ้าไทยได้เลย   ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่อฮ่อม  ที่ปัจจุบันนำมาตัดเป็นเดรสใส่ไปทำงานถูกใจวัยรุ่น  หรือจะเป็นผ้าไหม  ที่มีลวดลายหลากหลาย   ผสมกับผ้าแก้ว หรือผ้าลูกไม้  ก็จะได้ชุดเรียบหรูแต่ดูดี  สามารถออกงานกลางคืนได้อย่างไม่อายใคร

ผ้าไทย กำลัง ก้าวสู่เวทีโลก  ถ้าไม่อยากตกเทรนด์รีบไปหาซื้อผ้าไทยมาใส่กันดีกว่านะคะ นำเทรนด์ไปก่อนเพื่อนเลยค่ะ

อ่านเรื่อง ชุดไทยแต่ละยุคของรัตนโกสินทร์

ผมสวยด้วย argan oil

บำรุงผมสวยด้วยอาร์แกนออยล์  argan oil

รับแต่งหน้าทำผมผมสวยสุขภาพดีย่อมส่งเสริมให้บุคลิกดูดีชวนมองและมีเสน่ห์มากขึ้น ซึ่งการบำรุงดูแลสุขภาพผมนั้นมีหลากหลายวิธี  แต่เดี๋ยวนี้เรามักจะได้ยินบ่อยๆ เรื่องการบำรุงผมด้วยอาร์แกนออยล์ (argan oil ) เรามาดูกันว่า อาร์แกนออยล์นี้แตกต่างจากน้ำมันชนิดอื่นอย่างไร

อาร์แกนออยล์ (argan oil) คือน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดของต้นอาร์แกน  ซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่นของโมร็อคโก  ในโมร็อคโกนั้นจะใช้น้ำมันอาร์แกนทานกับขนมปังหรือใช้พรมลงบนเส้นพาสต้า

อาร์แกนออยล์ถูกนำมาใช้ในการบำรุงรักษาเส้นผมเนื่องจากอาร์แกนออยล์นั้นอุดมไปด้วยวิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant)  ทำให้เส้นผม นุ่มลื่น เงางาม  ช่วยบำรุงผม ลดการแตกปลาย ผมเปราะขาดง่าย และผมชี้หยิกฟู ให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผมและหนังศีรษะลดการเกิดรังแคบนหนังศีรษะได้อีกด้วย

การใช้อาร์แกนออยล์บำรุงผมสามารถทำได้หลายวีธี เช่น

1.ใช้อาร์แกนออยล์เป็นส่วนผสมในแชมพู  โดยการใช้แชมพูปกติที่คุณชื่นชอบพร้อมกับหยดอาร์แกนออยล์เพิ่มไปซักประมาณ 2-3 หยด คุณค่าจากวิตามินอีในอาร์แกนออยล์จะเข้าไปบำรุงเส้นผมและบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื้นและสุขภาพดี

  1. ใช้อาร์แกนออยล์หลังสระผม หลังจากสระผมเสร็จใช้อาร์แกนออย ชโลมลงบนเส้นผมขณะผมเปียกหมาดๆก่อนการเป่าผมเพื่อให้ผมดูเงางาม
  2. ใช้อาร์แกนออยล์หมักผม โดยการนำอาร์แกนออยล์มาชโลมลงบนเส้นผมและหนังศีรษะในปริมาณ 1 ฝ่ามือหรือในปริมาณที่เหมาะสม โดยกะปริมาณให้ชโลมได้ทั่วทั้งหนังศีรษะและเส้นผมจากโคนถึงปลายผม และนวดหนังศีรษะเบาๆ จากนั้นใช้ผ้าขนหนูคลุมทิ้งไว้ซักครู่แล้วล้างออก หากบำรุงผมด้วยอาร์แกนออยล์ก่อนการยืดผม การดัด หรือการทำสีผม จะช่วยลดอาการผมเสีย ผมแตกปลาย ผมเปราะ หรือผมขาดหลุดร่วง จากการใช้สารเคมีได้

4.ใช้อาร์แกนออยล์เซ็ตผม สำหรับผมชี้ฟูดูไม่มีน้ำหนัก ใช้อาร์แกนออยล์ 1-2 หยดลูบบนผมชี้ฟู

นอกจากอาร์แกนออยล์จะมีประโยชน์ต่อผมแล้ว ยังใช้สำหรับบำรุงผิว และเล็บ ได้ดีอีกด้วย

การเลือกแบบชุด

การเลือกแบบชุดการเลือกแบบชุดราตรีสำหรับยืม เราต้องคำนึงถึงอันดับแรกคือตรีมงานที่เราจะไปกันก่อนนะคะ เช่นว่างานเค้าจะให้เป็นตรีมสีแดง ,สีเขียว ,สีทอง ฯลฯ ถ้าเค้าจัดตรีมงานมาแบบนี้เราก็ต้องหาชุดที่เข้าตรีมงานที่เค้าจัดกันก่อนล่ะ ต่อไปก็ดูว่าเป็นงานประเภทไหนกันงานเช้าหรืองานกลางคืน มีผู้ใหญ่ไปร่วมงานมากน้อยแค่ไหนอันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยล่ะคะ ถ้าเป็นงานเช้าเราต้องหาชุดที่ใส่สบาย ๆ ไปไม่ให้สีดูชูดชาดเกินไปนะคะ สาเหตุก็เพราะอากาศบ้านเราไม่เหมาะกับชุดหลาย ๆ ประเภทคืออากาศบ้านเราเมืองร้อนถ้าใส่ชุดตั้งแต่เช้าไปถึงบ่าย รับลองอาจจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็เป็นได้นะ ส่วนวิธีการเลือกก็ให้ดูเนื้อผ้าเป็นสำคัญก่อนเพราะถ้าเป็นเนื้อผ้าราคาถูกทั่วไป จะเก็บความร้อนไว้ในเนื้อผ้าทำให้ใส่แล้วไม่สบายตัวแถมถ้าเหงือออกแล้วล่ะก็ไม่เป็นอันน่าดูแน่ ๆ เอาล่ะทีนี้ก็มาดูเรื่องของประเภทชุดกันดีกว่า ชุดที่เหมาะกับงานเช้าก็คือชุดสั้นไม่ยาวจนเกินไป เพื่อความสะบายในการเดินไปไหนมาไหนได้อย่างสบายตัว และจะทำให้เรามีเหงือน้อยลงอีกต่างหาก

การเลือกแบบชุด ต้องคำนึงเรื่องสีของชุดที่เหมาะกับงานเช้าถ้าเป็นงานในช่วงเวลานี้ให้พยายามไม่เลือกสีที่ดูร้อนแรงจนเกินไปให้เน้นไปที่สีที่ดูแล้วสบายต่อไว้ก่อนแต่ก็ต้องดูตรีมงานเป็นสำคัญกันด้วยนะคะ ต่อไปถ้าเป็นงานกลางคืนก็ให้เน้นชุดที่ออกแนวเซ็กซี่นิด ๆ ก็ได้คะแต่อย่าโป๊จนเกินไปนะคะ ต้องดูแขกในงานกันด้วยคะว่าเป็นผู้ใหญ่หรือเปล่าและเค้ามีตรีมงานจำกัดกันหรือเปล่า และที่สำคัญเราโดนเชิญไปนั้นในฐานะอะไรด้วยนะคะ ไม่ใช่เป็นเพื่อนเจ้าสาวแต่ใส่ตรีมงานไม่เหมือนเพื่อนเจ้าสาวคนอื่นอันนี้ขายหน้าแน่ ๆ แต่ถ้าเป็นงานของเรากันเองวัยตั้งแต่ 20-45 ปีอันนี้ตามสบายเลยคะเน้นเซ็กซี่แค่ไหนก็ได้เพราะสังคมเริ่มเปิดกว้างกันมากขึ้น ถ้างานที่ไม่เป็นกันเองก็คงจะรู้กันนะคะว่าต้องแต่งไปแบบไหน